
ปลดล็อกนิคมการบิน
ตั้งโรงงานได้ทั่วประเทศ พร้อมเคาะลงทุน 13 โครงการ
ตั้งโรงงานได้ทั่วประเทศ พร้อมเคาะลงทุน 13 โครงการ
บอร์ดบีโอไอขยายพื้นที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินทั่วประเทศ พร้อมอนุมัติ 13 โครงการ ลงทุน 6.34 หมื่นล้าน
นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบีโอไอได้เห็นชอบปรับเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนคลัสเตอร์อากาศยานให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากเดิมที่ต้องตั้งสถานประกอบการใน 14 จังหวัด ที่มีสนามบินหรือใกล้เคียงสนามบิน เนื่องจากอุตสาหกรรมอากาศยานเป็นอุตสาหกรรมใหม่ การลงทุนเพื่อผลิตชิ้นส่วนหรือเครื่องมือเครื่องใช้ในอากาศยานยังมีจำนวนน้อยและยังไม่มีการกระจุกตัวที่ชัดเจน
นอกจากนี้ โรงงานผลิตชิ้นส่วนอากาศยานขนาดกลางและขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องตั้งโรงงานใกล้สนามบินก็ส่งมอบชิ้นส่วนได้ ต่างจากการซ่อมอากาศยานหรือชิ้นส่วนที่จำเป็นต้องตั้งโรงงานใกล้สนามบิน โดยปัจจุบันบีโอไอได้ให้สิทธิประโยชน์สูงสุดในคลัสเตอร์อากาศยาน คือยกเว้นภาษีเงินได้ 8 ปี และเพิ่มลดหย่อนภาษีอีก 50% อีก 5 ปี
อย่างไรก็ตาม การให้การส่งเสริมครั้งนี้ยังไม่ได้ครอบคลุมการผลิตชิ้นส่วนสำคัญของอากาศยาน เนื่องจากยังติดกฎหมายของการเดินอากาศ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขอให้กระทรวงคมนาคมผ่อนปรนให้ หากทำได้คาดว่าจะดึงการผลิตที่สำคัญเข้ามาได้อีกมาก
นอกจากนี้ บอร์ดบีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุนอีก 13 โครงการ มูลค่า 6.3 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและผลิตผลจากการเกษตร ได้แก่ 1.บริษัท มาร์ส เพ็ทแคร์ (ประเทศไทย) ขยายกิจการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดเม็ด เงินลงทุน 1,710 ล้านบาท 2.นายเพชร ศรีหล่มสัก กิจการผลิตแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลาง เงินลงทุน 1,319.7 ล้านบาท กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง 3.บริษัท จงเช่อ รับเบอร์ (ไทยแลนด์) กิจการผลิตยางยานพาหนะ เงินลงทุน 4,370.5 ล้านบาท 4.บริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง กิจการซ่อมเรือขนาดตั้งแต่ 500 ตันกรอส เงินลงทุน 1,360 ล้านบาท
กลุ่มอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ พลาสติก และกระดาษ ได้แก่ 5.บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส กิจการผลิตก๊าชคาร์บอนมอนอกไซด์ เงินลงทุน 3,811 ล้านบาท 6.นายศุภชล นิธิวาสิน กิจการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี เงินลงทุน 9,153 ล้านบาท 7.บริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ กิจการผลิตน้ำยางสังเคราะห์ เงินลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท 8.บริษัท ไทยเคนเปเปอร์ กิจการผลิตกระดาษคราฟท์ เงินลงทุน 6,550 ล้านบาท
กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ และสาธารณูปโภค 9.บริษัท ร่วมกำลาภพาวเวอร์ กิจการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล เงินลงทุน 1,000 ล้านบาท 10.บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ กิจการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินและเชื้อเพลิงสำรองจากเชื้อเพลิงจากขยะ เงินลงทุน 6,536.8 ล้านบาท 11.บริษัท พรีเชียสมูนส์ และ 12.บริษัท พรีเชียสฟอเรสท์ กิจการเรือบรรทุกสินค้าเทกองแบบเอนกประสงค์ เงินลงทุนรายละ 900 ล้านบาท และ 13.บริษัท ปตท. กิจการขนส่งก๊าชธรรมชาติทางท่อ เงินลงทุน 1.36 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนใน 9 เดือนแรก มียื่นขอเข้ามา 1,095 โครงการ มูลค่า 3.69 แสนล้านบาท มั่นใจว่ายอดทั้งปีจะเป็นไปตามเป้า 5.5 แสนล้านบาท







