
ธปท.เผยเศรษฐกิจก.ย.ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน
ธปท.เผยภาวะเศรษฐกิจเดือนก.ย.ปีนี้ขยายตัวดีขึ้นกว่าเดือนก่อน จากภาคส่งออกที่ดีขึ้นเป็นบวกมาต่อเนื่อง 2 เดือน
ธปท.เผยภาวะเศรษฐกิจเดือนก.ย.ปีนี้ขยายตัวดีขึ้นกว่าเดือนก่อน จากภาคส่งออกที่ดีขึ้นเป็นบวกมาต่อเนื่อง 2 เดือน
นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนก.ย.ที่ผ่านมาว่าขยายตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน ตามการใช้จ่ายภาครัฐที่ยังขยายตัวดีและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ บวกกับมูลค่าการส่งออกปรับดีขึ้นเป็นบวกต่อเนื่องมา 2 เดือน โดยส่งออกขยายตัว 3.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งภาคส่งออกจึงช่วยชดเชยภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มชะลอลง 2.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หรือมีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 2.41 ล้านคน จากเดือนก่อน 2.87 ล้าคน จากที่ได้รับผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ
อย่างไรก็ดี การปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญกระทบเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวจีนไม่ได้กระทบนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ
ด้านภาวะการลงทุนภาคเอกชนในเดือนก.ย.ปรับดีขึ้นบ้างในบางธุรกิจ โดยขยายตัวที่ 0.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน สะท้อนได้จากการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อการส่งออก ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัว 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนการบริโภคที่ยังไม่เข้มแข็งและมีอัตราที่ชะลอลงบ้างเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ตามการใช้จ่ายหมวดสินค้าไม่คงทน แต่โดยภาพรวมการใช้จ่ายในประเทศยังดี จากส่งออกที่ดีขึ้นและรายได้ภาคเกษตรที่ยังโตได้ดี จากราคาสินค้าภาคเกษตรที่ปรับดีขึ้นบ้างตามราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์
"การส่งออกที่ดีขึ้นมาเป็นบวก 2 เดือน น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อเนื่อง ส่วนส่งออกจะดีไปถึงปี 2560 หรือไม่นั้นต้องขอประเมินตัวเลขที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อน แต่ยอมรับว่าการส่งออกในไตรมาส 3 ออกมาดีกว่าที่คาดไว้และดีกว่าไตรมาส 2 ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจในภาพรวมของไตรมาส 3 ปีนี้มองว่าน่าจะใกล้เคียงหรือแผ่วลงจากไตรมาส 2 เล็กน้อย ส่วนในไตรมาส 4 ปีนี้เศรษฐกิจยังมีสัญญาณดีและขยายตัวต่อไปได้ แม้จะมีบางกิจกรรมทางเศรษฐกิจแผ่วไปบ้างก็ตาม"นางรุ่งกล่าว
ขณะที่ เสถียรภาพเศรษฐกิจอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในประเทศ โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.75% และเงินเฟ้อทั่วไปขยายตัวที่ 0.38% ส่วนการว่างงานทรงตัวอยู่ในระดับต่ำที่ 0.9% และทุนสำรองระหว่างประเทศยังอยู่ในระดับสูงกว่าหนี้ระยะสั้นในต่างประเทศ 3.2 เท่า







