posttoday
สมาคมขนส่งร้องคมนาคมเร่งแก้ปัญหารถติด

สมาคมขนส่งร้องคมนาคมเร่งแก้ปัญหารถติด

28 ตุลาคม 2559

สมาคมขนส่ง ร้องคมนาคม รถติดหนักในไอซีดีลาดกระบังป่วนหนักลามมอเตอร์เวย์ สนามบินสุวรรณภูมิ ตั้ง"พีระพล"เคลียร์ "ออมสิน"ลงพื้นที่สัปดาห์

สมาคมขนส่ง ร้องคมนาคม รถติดหนักในไอซีดีลาดกระบังป่วนหนักลามมอเตอร์เวย์ สนามบินสุวรรณภูมิ ตั้ง"พีระพล"เคลียร์ "ออมสิน"ลงพื้นที่สัปดาห์

นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยเปิดเผยภายหลังการเข้าพบหารือนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ว่า ทางสมาคมขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าและส่งออกได้เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาการจราจรภายในสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง(ไอซีดี)ลาดกระบังของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)ว่ากลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังพื้นผิวการจราจรถนนรอบนอกและมอเตอร์เวย์ ส่งผลเสียหายต่อผู้ประกอบการขนส่งที่ต้องเสียเวลาในการวนรถเที่ยวละไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ทำให้เกิดความเสียหายคิดเป็นมูลค่ารวมปีละ 4,550 -  5,750 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนในการแก้ไขปัญหาการจราจรภายในไอซีดีดีลาดกระบัง มีนายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานให้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วันและภายในสัปดาห์หน้า รมช.คมนาคมจะลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบสภาพปัญหาด้วย

“ สัปดาห์หน้า นายออมสิน จะเรียกนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่า ร.ฟ.ท.และนายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)  รวมทั้งกรมการขนส่งทางบก (ขบ. เพื่อหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้น  จากนั้นจะมีการลงพื้นที่จริงด้วย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัยหาอย่างจริงจัง “ นายทองอยู่กล่าว

นายทองอยู่ กล่าวว่า ปัญหาการจราจรภายในพื้นที่ไอซีดีลาดกระบังและพื้นที่โดยรอบเกิดปัญหาติดขัดมานานถึง 10 ปี ทำให้การรอรับและคืนตู้คอนเทนเนอร์ภายในมีระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 6 – 10 ชั่วโมงต่อ 1 ตู้คอนเทนเนอร์ในแต่ละเทอร์มินัล   ส่งผลให้การขนส่งตู้สินค้าล่าช้า ทำให้ไม่สามารถขึ้นเรือได้ทัน ทำให้ผู้ขนส่งต้องลากตู้สินค้าโดยรถบรรทุกจากลาดกระบังไปยังท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.)แทน ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 4-5 พันบาทต่อตู้  ทำให้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 250 – 350 ล้านบาทต่อปี  นอกจากนี้ยังทำให้ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นมาก แบ่งเป็นค่าพลังงานเชื้อเพลิง 300 – 400 ล้านบาทต่อปี  ค่าเสียโอกาสทางการค้าหรือเสียเวลารอคอย ประมาณ 4- 5 พันล้านบาทต่อปี  และทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์โดยรวมของประเทศเพิ่มขึ้น 15.5% ของจีดีพี 

นายทองอยู่ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้การวางแผนการนำเข้าและส่งออกสินค้าของผู้นำเข้าและส่งออกเพื่อการผลิตและส่งออกเกิดความล่าช้า  รวมทั้งผลกระทบการจราจรที่เกิดขึ้นภายในได้ลุกลามขยายมายังพื้นที่โดยรอบ ทำให้ประชาชนทั่วไปที่ใช้รถและถนนประสบปัญหาติดขัดอย่างมาก จนหางแถวไปปิดมอเตอร์เวย์และเส้นทางเข้าออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมทั้งถนนเส้นทางรอบไอซีดีลาดกระบังด้วย

นายทองอยู่ กล่าวว่า ได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือระยะสั้นดำเนินการภายใน 6 เดือน ให้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งมีการตั้งชุดนายพีระพล  ให้ ร.ฟ.ท.ควบคุมผู้รับสัมปทาน ทั้ง 6 เทอร์มินอลมีระบบการบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพ จัดทำระบบควบคุมความปลอดภัยการเข้าออกให้เป็นระบบปิด กำหนดช่วงเวลาเข้าออก และให้กรมทางหลวง(ทล.)ปรับปรุงสะพานทางเชื่อม (Interchange)ทั้งขาเข้าและออกรวมทั้งปรับปรุงพื้นผิวจราจรให้แข็งแรง จัดสร้างผนังกั้นและป้ายสัญญาณจราจรด้วย และจัดทำวงเวียนหน้าสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้าของกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เพื่อขยายพื้นที่แก้ปัญหาจราจร

ส่วนแผนระยะกลาง  ภายใน 1 ปี จัดพื้นที่จอดรถบรรทุกโดยจัดทำระบบคิวเป็นระบบอิเลคทรอนิก เพื่อกระจายรถอย่างเป็นระบบ ให้ ทล.เปิดทางเชื่อมเข้าถนนมอเตอร์เวย์บริเวณเลียบมอเตอร์เวย์ หลัก กม.ที่ 15+800 เพื่อระบายรถจากไอซีดีไปแหลมฉบัง  รวมทั้งให้ ร.ฟ.ท.ปรับปรุงเงื่อนไขสัญญาสัมปทานทั้ง 6 เทอร์มินอล กำหนดให้ทุกรายต้องสร้างลานรับตู้เปล่าด้านนอกไอซีดีลาดกระบังด้วย

แผนระยะยาว ภายใน 2 ปี ให้มีการขยายไอซีดีลาดกระบังระยะที่ 2 เพื่อรองรับการขยายตัวของ ทลฉ. และรองรับโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ ระยอง  จัดสร้างถนนสำหรับรถบรรทุกหรือช่องทางรถบรรทุก บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 และ 9  พร้อมจุดพักรถทุกระยะทาง 300 กม.ทั้งทางเข้าและออก

“ ปัญหาที่เกิดขึ้นพื้นที่ภายในประมาณ 400 ไร่ ปรากฏว่า 200 ไร่  ถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้าไปจับจองทำเป็นที่ซ่อมรถ ที่จอดรถ และตั้งจุดซื้อขายน้ำมันเถื่อน ทำให้ต้องสูญเสียพื้นที่ส่วนนี้ไป โดย ร.ฟ.ท.เจ้าของพื้นที่ไม่ดำเนินการอะไร ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้าไปยุ่ง บอกต้องให้ ร.ฟ.ท.ต้องลงนามมอบอำนาจให้เข้าไปจัดการในพื้นที่จึงจะเข้าไปดำเนินการได้ “ นายทองอยู่กล่าว 

นายทองอยู่ กล่าวว่า ปัญหาเกิดปริมาณตู้สินค้ามากกว่าจำนวนพื้นที่รองรับได้ ขีดความสามารถรองรับได้ 6 แสนทีอียู แต่จำนวนตู้จริง 1.4 ล้านทีอียู  ส่วนรถไฟของ ร.ฟ.ท.รองรับได้  439,767 ทีอียู  ขาดการวางแผนการใช้พื้นที่ที่มีประสิทธิภาพ ทางเข้าออกมีจำกัด  ผู้ประกอบการหลายหน่วยงานขาดการบริหารจัดการที่ดี  มีปัญหาการจัดการจราจรและจุดพักรถรอบนอกพื้นที่ทั้ง 6  เทอร์มินอล  เช่นมีจุดพักรถ 2 แห่ง รองรับรถได้ 200 – 300 คัน แต่ปริมาณรถหมุนเวียนเข้าออก 12,000 คันต่อวัน  มีข้อจำกัดในการระบายรถบรรทุกออกจากไอซีดีลาดกระบังไปยังภูมิภาคต่างๆและ ทลฉ. ทางออกเพื่อเข้าไปยังถนนมอเตอร์มีไม่เพียงพอกับปริมาณรถที่ต้องระบายในแต่ละวัน 

“ ปัญหาใหญ่คือ ไม่มีการบริหารจัดการจราจร รวมทั้งยังปล่อยให้มีบุคคลภายนอกเข้ามาจับจองพื้นที่พักรถชั่วคราวทำร้านค้า ร้านปะยาง ให้รถที่เข้ามาไม่มีที่จอด ทำให้ต้องนำรถไปจอดบนถนนโดยรอบก็ทำให้กีดขวางช่องทางจราจร รวมทั้งพื้นผิวจราจรที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้รถต้องชะลอตัวบริเวณจุดตัดทางสะพานทางเชื่อม “ นายทองอยู่กล่าว

ภาพประกอบข่าว

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่