
เปิดข้อมูลประกันส่งออก การค้าโลกหด ผู้นำเข้าชักดาบ
องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) ออกรายงานมาว่า อัตราการเติบโตของการค้าโลกในปีนี้ลดลง และปีนี้เป็นปีแรกในรอบ 15 ปี
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) ออกรายงานมาว่า อัตราการเติบโตของการค้าโลกในปีนี้ลดลง และปีนี้เป็นปีแรกในรอบ 15 ปี ที่การค้าขายของทั้งโลกโตน้อยกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) โลก สะท้อนการเติบโตของภาคการส่งออกของประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีแนวโน้มจะโตลดลง รวมทั้งประเทศไทยด้วย ซึ่งการหดตัวของการค้าโลกย่อมกระทบการขยายตัวของการส่งออกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดับเบิ้ลยูทีโอ ปรับลดอัตราการเติบโตของการค้าโลกในปีนี้ลงจากประมาณการเดิมในเดือน เม.ย.ที่ 2.8% เหลือแค่ 1.7% เป็นผลจากสหรัฐนำเข้าสินค้าลดลง และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่ส่งผลให้การค้าของเอเชียชะลอตัวลง
การส่งออกในหลายภูมิภาคทั่วโลกหดตัวลงหมด โดยเฉพาะในเอเชียปีนี้การส่งออกจะขยายแค่ 0.3% จากที่คาดการณ์ไว้ 3.4% อเมริกาเหนือจาก 3.1% เป็น 0.7% มีเพียงแอฟริกาซึ่งได้ประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยน มีแนวโน้มดีขึ้นจากคาดการณ์ที่ 1.9% เป็น 4.4%
ส่วนการนำเข้าของเอเชียลดลงจาก 3.2% เป็น 1.6% อเมริกาเหนือจาก 4.1% เป็น 1.9% อย่างไรก็ตาม ดับเบิ้ลยูทีโอปรับคาดการณ์นำเข้าของยุโรปขึ้นจาก 3.2% เป็น 3.7%
หากยึดตัวเลขการค้าโลกที่ลดลง จะเห็นว่าทุกประเทศประสบกับปัญหาเดียวกันหมด การส่งออกกลายเป็นมีความเสี่ยงองค์กรรับประกันชั้นนำอย่างเอทราดิอุส (Atradius) คาดการณ์ว่า สถานการณ์ความเสี่ยงการล้มละลายในประเทศพัฒนาแล้วของปีนี้และปี 2560 อยู่ในช่วงเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552
ในปี 2558 ผู้ส่งออกมาขอเคลมสินไหม สินไหมทดแทนธุรกรรมรับประกันการส่งออกของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) หรือ ธสน. เพิ่มขึ้น โดยช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ มีผู้ส่งออกยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนกับเอ็กซิมแบงก์เป็นวงเงิน 12.55 ล้านบาท สาเหตุจากผู้ซื้อไม่ชำระเงินค่าสินค้า 98% และผู้ซื้อล้มละลายอีก 2%
ประเภทสินค้าแบ่งตามมูลค่าประกอบด้วย เป็นข้าว 50% อาหารกระป๋อง 20% เส้นไหมสำหรับทอพรม 15% อัญมณีและเครื่องประดับ 12% และยางรถยนต์ 3% หากแบ่งตามประเทศผู้ซื้อ ได้แก่ เยอรมนี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา และนอร์เวย์
แหล่งข่าวจากเอ็กซิมแบงก์ กล่าวว่า ผู้ส่งออกเริ่มมาขอซื้อประกันการส่งออกเพิ่มขึ้น เพราะตลาดหลักอย่างยุโรปลดการสั่งซื้อลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมทั้งจีนที่เป็นผู้ส่งออกและนำเข้ารายใหญ่ก็เกิดภาวะส่งออกหดตัวเช่นกัน ดังนั้นผู้ส่งออกก็ต้องหันไปหาตลาดใหม่ แต่ก็ไม่แน่ใจที่จะไปเปิดตลาดจึงต้องซื้อประกันเพื่อลดความเสี่ยง
ความเสี่ยงที่เอ็กซิมแบงก์แบกรับแทนผู้ส่งออกนั้นรับได้จำกัด ธนาคารจะจ่ายค่าสินไหม 90% ของทุนประกันเท่านั้น ดังนั้นเบี้ยประกันจะต้องสะท้อนความเสี่ยง หากส่งออกไปในประเทศที่มีความวุ่นวายทางการเมืองตลอดเวลา อย่างอียิปต์หรือประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาและกัมพูชา ธนาคารจะคิดเบี้ยประกันสูงกว่าประเทศที่ไม่มีปัญหาภายใน
นอกจากนี้ เอ็กซิมแบงก์มีระบบบริหารความเสี่ยงด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ซื้อในต่างประเทศ ใช้วิธีซื้อข้อมูลจากบริษัทต่างประเทศที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเครดิตของผู้ประกอบธุรกิจ (Information Agency) เป็นหลัก
รองลงมาคือ ใช้ข้อมูลจากองค์กรรับประกัน (Export Credit Agency) ในต่างประเทศ และข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่อยู่ในต่างประเทศ เช่น ทูตพาณิชย์ เป็นต้น แล้วนำมาวิเคราะห์และแจ้งแก่ผู้ส่งออกไทยว่า เอ็กซิมแบงก์จะรับประกันการส่งออกไปยังผู้ซื้อต่างประเทศรายนั้นหรือไม่
“เราไม่อาจทราบว่าคู่ค้าในต่างประเทศของผู้ส่งออกเรามีฐานะการเงินอย่างไร ก็ต้องใช้วิธีซื้อข้อมูลมาดู หากเห็นว่าเสี่ยงเกินไปก็สามารถปฏิเสธ ไม่รับประกันได้ แต่หากรับประกันไปแล้วเกิดปัญหาลูกค้าเก็บเงินไม่ได้ ธนาคารจ่ายค่าสินไหมให้ลูกค้าแล้ว ก็จะเปลี่ยนสถานะไปเป็นเจ้าหนี้ของคู่ค้าในต่างประเทศแทน” แหล่งข่าวเปิดเผย
กรณีที่เกิดปัญหาขึ้นแล้ว การติดตามหนี้นั้นเอ็กซิมแบงก์จะใช้บริการจากบริษัทกฎหมายหรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตในการทวงถามหนี้ (Collection Agency) ในต่างประเทศ ติดตามทวงหนี้คืนจากผู้ซื้อในต่างประเทศ
สำหรับการซื้อประกันการส่งออกในปีนี้ ยังมีความต้องการซื้อสูงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวดี ซึ่งจะต้องติดตามดูต่อไปว่าในปีนี้จะมีการเคลมประกันส่งออกเพิ่มขึ้นหรือไม่ และนี่เป็นสัญญาณบอกภาวะเศรษฐกิจโลกได้อีกทางหนึ่ง







