
หุ้นกลุ่มถ่านหินขาขึ้น
กลุ่มผู้ประกอบการถ่านหิน AGE-BANPU รับอานิสงส์ ราคาขาขึ้น หนุนผลงานปีหน้าเด่น
กลุ่มผู้ประกอบการถ่านหิน AGE-BANPU รับอานิสงส์ ราคาขาขึ้น หนุนผลงานปีหน้าเด่น
นายพนม ควรสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาถ่านหินของโลกขณะนี้เข้าสู่ช่วงขาขึ้นระยะยาว 1-3 ปีข้างหน้า หลังจากราคาผ่านจุดต่ำสุดในช่วงกลางปี 2558 โดยราคาขายเฉลี่ยในต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 40 เหรียญสหรัฐ/ตัน ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยทั้งปี 2559 จะเกินที่ระดับ 50 เหรียญสหรัฐ/ตัน และในปี 2560 ราคาขายเฉลี่ยมีโอกาสที่จะเกินระดับ 60 เหรียญสหรัฐ/ตัน
ทั้งนี้ จากปัจจัยที่นโยบายของจีนต้องการควบคุมคุณภาพเหมืองถ่านหิน จนส่งผลให้มีการปิดเหมืองถ่านจำนวนมาก จึงทำให้การผลิตในประเทศลดลง ขณะที่ความต้องการใช้ถ่านหินยังเติบโต ประกอบกับเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียที่ปิดดำเนินการผลิตไปก่อนหน้าในช่วงที่ราคาถ่านหินตกต่ำ ช่วงที่ผ่านมาไม่สามารถกลับมาผลิตได้ทันที อีกทั้งในอินโดนีเซียจะมีโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นหลายแห่ง เพราะรัฐบาลมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศในระยะยาวถึงระดับ 3.5 หมื่นเมกะวัตต์ ด้านต้นทุนการผลิตถ่านหินปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นอกจานี้ ปี 2559 บริษัทมีโอกาสจะมียอดขายสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ที่ 2.2 ล้านตัน จากปีก่อนที่มียอดขายราว 2 ล้านตัน เป็นในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20% ยอดขายเติบโตจากการ
ส่งถ่านหินไปขายยังจีนที่จำเป็นต้องนำเข้าถ่านหินมากขึ้นจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการควบคุมคุณภาพเหมืองในประเทศ รวมถึงประเทศเวียดนามที่บริษัทเริ่มไปทำตลาดตั้งแต่ปี 2558 เพราะจะมีโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่เกิดขึ้นอีกหลายโครงการ
อีกทั้งเริ่มมีอุตสาหกรรมทั้งจากยุโรปและสหรัฐเข้าไปตั้งฐานการผลิตเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องชัดเจนเพราะเวียดนามได้รับสิทธิพิเศษและสนับสนุนด้านการลงทุนจากทั้งยุโรปและสหรัฐ และคาดว่าปีนี้อัตรากำไรสุทธิจะปรับดีขึ้นจากระดับปกติที่ 2-3% ตามราคาขายและยอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้น
สำหรับปี 2560 บริษัทตั้งเป้าหมายมียอดขายโตขึ้น 10-20% จากเป้าหมายของปีนี้ ซึ่งมาจากทั้งตลาดในประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มโรงไฟฟ้าถ่านหินที่โรงไฟฟ้าใหม่ทยอยเปิดดำเนินการ และต่างประเทศโดยเฉพาะจากตลาดจีนและเวียดนามน่าจะเติบโตขึ้นมาก และทำให้สัดส่วนการส่งออกต่างประเทศเพิ่มเป็น 30-35% อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะมีความต้องการถ่านหินของโรงไฟฟ้าที่กำลังลงทุนพัฒนาทั้งในกัมพูชาและเมียนมาอีก
ด้าน นายวรวุฒิ ลีนานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท บ้านปู (BANPU) กล่าวว่า ราคาถ่านหินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจะส่งผลบวกกับผลประกอบการของบริษัทในปี 2560 เพราะจะมีการเซ็นสัญญากำหนดราคาขายล่วงหน้ากับลูกค้า ขณะที่ภาพรวมราคาถ่านหินของโลกประเมินว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงปลายปี 2558-2559
ขณะที่ราคาในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นในขณะนี้มาจากความต้องการใช้ที่ยังเติบโต ขณะที่การผลิตมีแนวโน้มลดลงจากนโยบายควบคุมคุณภาพเหมืองถ่านหินของจีนโดยเฉพาะเหมืองถ่านหินที่ไม่มีประสิทธิภาพเพื่อให้มีมาตรฐานขึ้น แต่ราคาถ่านหินที่ปรับเพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้การผลิตเข้ามาสู่ตลาดได้บ้าง
“ตอนนี้ราคาถ่านหินของเหมืองในจีนราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราคาบวกต่อเนื่อง 4 เดือนติดต่อกันจากซัพพลายที่ลดลง ส่วนราคาปีหน้าขอเวลาดูสักระยะก่อนจึงประเมินได้ชัดเจน” นายวรวุฒิกล่าว
นอกจากนี้ ลูกค้าโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นถือเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญหลักของบริษัทซึ่งในไตรมาส 2/2559 มีสัดส่วนประมาณ 14% ของยอดขายรวม ทั้งนี้ในเดือน ต.ค.ของทุกปีจะเป็นช่วงที่โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นเริ่มทยอยทำสัญญาซื้อล่วงหน้าที่จะใช้ในปี 2560 และจะทยอยทำสัญญาครบก่อนเดือน เม.ย. 2560 ซึ่งเดือน เม.ย.ของทุกปีจะเป็นเดือนจบปีงบประมาณของญี่ปุ่นซึ่งน่าจะมีราคาขายที่ดีเพราะถ่านหินที่จำหน่ายให้กับโรงไฟฟ้าญี่ปุ่นจะเป็นถ่านหินคุณภาพดีจากเหมืองในออสเตรเลียจึงมีราคาขายที่ค่อนข้างดี
ทั้งนี้ จากข้อมูลปัจจุบันภาพรวมการใช้ถ่านหินของโลกมีสัดส่วน 40% ที่ถูกนำไปใช้ในโรงไฟ้าถ่านหิน







