posttoday
กรุงไทยชี้ทองยังน่าสน

กรุงไทยชี้ทองยังน่าสน

25 สิงหาคม 2553

 

หลายปัจจัยหนุนราคาขยับขึ้น ลุ้น1,500เหรียญใน12ปีนี้ นครหลวงลุยขายกองทุนกิมจิ

โพสต์ทูเดย์ — บลจ.กรุงไทยออกกองทุนทองคำ มองหลายปัจจัยหนุนราคาทองใน 12 ปีข้างหน้าแตะ 1,3501,500 เหรียญสหรัฐ

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย หรือ KTAM เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดขายกองทุนเปิดเคแทม โกลด์ ฟันด์ ในครั้งแรกระหว่างวันที่ 24 ส.ค.7 ก.ย. 2553 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ลงทุนขั้นต่ำ 2,000 บาท

กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust (กองทุนรวมหลัก)โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน บริหารจัดการโดย World Gold Trust Services, LLC เน้นลงทุนทองคำแท่งเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำ

บลจ.กรุงไทย จะซื้อขายกองทุนหลักในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์โดยใช้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ และที่มีอายุตราสารหรือสัญญาหรือระยะเวลาการฝากเงิน แล้วแต่กรณี ต่ำกว่า 1 ปี เพื่อสำรองเงินไว้สำหรับดำเนินงานของกองทุน รอการลงทุนในต่างประเทศ หรือรักษาสภาพคล่องของกองทุน ตามที่คณะกรรมการก.ล.ต.กำหนด กองทุนลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 25% ของเงินลงทุนในต่างประเทศ

นายสมชัย กล่าวว่า ทองเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ได้รับความสนใจมากที่สุดประเภทหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากราคาทองปรับตัวขึ้นมาก จากประมาณ 400 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ในปี 2547 มาอยู่ที่ประมาณ 1,200 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ในปัจจุบัน (7,500 บาท/ทอง 1 บาท มาเป็น 18,500 บาท/ ทอง 1 บาท) ซึ่งผู้ซื้อทอง หรือผู้ลงทุนในทองในช่วงเวลาดังกล่าวจะได้กำไรถึง 200% ซึ่งเป็นระดับกำไรที่สูงมาก เมื่อลองเทียบกับผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนประมาณ 40%

อย่างไรก็ตาม ราคาทองได้ปรับตัวขึ้นมากแล้ว ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนมีความกังวลเกี่ยวกับราคาทองในอนาคต ราคาทองมักถูกผลักดันจากปัจจัยพื้นฐานหลายปัจจัย ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจ ค่าเงินเหรียญสหรัฐ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวม อัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ ความต้องการลงทุนของนักลงทุน และความต้องการลงทุนเพื่อเป็นเงินทุนสำรองของธนาคารกลาง

“ปัจจัยทางด้านภาวะเศรษฐกิจ โดยปรกติแล้วราคาทองจะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจหรือความเสี่ยงของประเทศ ราคาทองปรับตัวขึ้นจาก 650 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เป็น 950 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ในปี 2550 จากความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในขณะที่ราคาทองปรับขึ้นจาก 1,090 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เป็น 1,230 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ในช่วงต้นปี 2553 จากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ภาครัฐในยุโรป คาดการณ์ว่าความกังวลการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจะทำให้ราคาทองขึ้นได้อีกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้และปีหน้า รวมทั้งเงินเหรียญสหรัฐจะอ่อนค่าลง ทำให้ราคาทองสูงขึ้นได้ในปี 25542555” นายสมชัย กล่าว

นอกจากนี้ ดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐมีแนวโน้มอยู่ที่ 00.25% จนถึงปี 2554 ส่วนเงินเฟ้อมีแนวโน้มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ดอกเบี้ยอยู่ต่ำกว่าเงินเฟ้อโดยปกติ เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวราคาทองจะปรับตัวขึ้น 2040% ต่อปี ซึ่งจากหลายโดยในปัจจุบันทองยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมากในเงินทุนสำรองของธนาคารทั่วโลก ปัจจัยส่งผลให้ราคาทองมีโอกาสขึ้นได้ถึง 1,3501,500 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ใน 12 ปีข้างหน้า

บลจ.กรุงไทย ยังเปิดขายกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้เอฟไอเอฟ 16 อายุโครงการ 2 ปี 3 เดือนในวันที่ 2531 ส.ค.นี้ ลงทุนตราสารหนี้ประเทศเกาหลีใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อาบูดาบีและรัสเซีย ประกอบด้วย พันธบัตรของธนาคาร First Gulf Bank เป็นธนาคารที่มีสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ใน UAE , ลงทุนใน TAQA Abu Dhabi National Energy เป็นบริษัทพลังงานในรัฐอาบู ดาบีโดยมีรัฐบาล อาบูดาบี เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ผ่านหน่วยงานภาครัฐ , ลงทุนใน VTB Capital SA เป็นธนาคารขนาดใหญ่อันดับ 2 ของรัสเซียโดยมีผู้ถือหุ้นเป็นรัฐบาลรัสเซียและลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ ผลตอบแทนประมาณ 3.10% ต่อปี

บลจ.นครหลวงไทย เปิดขายกองทุนเปิดนครหลวงไทย ตราสารหนี้ต่างประเทศ 11 เดือน 4/10 ในวันที่ 23 ส.ค.1 ก.ย.นี้ ลงทุนตราสารหนี้พันธบัตรรัฐบาล หรือสถาบันการเงินประเทศเกาหลีใต้ อายุโครงการ 11 เดือน มูลค่า 500 ล้านบาท ผลตอบแทน 2.0% ต่อปี กองทุนเปิดนครหลวงไทย ตราสารหนี้ 6 เดือน 2/10 อายุ 6 เดือน ผลตอบแทน 1.55% ต่อปีมูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท ลงทุนพันธบัตรในประเทศ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่