posttoday
กำลังซื้อปลายปียังฝืด จานด่วนงัดแผนเพิ่มยอด

กำลังซื้อปลายปียังฝืด จานด่วนงัดแผนเพิ่มยอด

11 ตุลาคม 2559

โดย...จะเรียม สำรวจ

โดย...จะเรียม สำรวจ

พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ประกอบกับปัจจุบันเข้าไตรมาสสุดท้ายของปีแล้ว กำลังซื้อของผู้บริโภคยังอยู่ในภาวะชะลอตัว จึงทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารจานด่วนต้องปรับแผนธุรกิจ เช่น ดังกิ้นขยับจากเน้นโดนัทไปขายเครื่องดื่ม บางรายปรับกิจกรรมตลาด อาทิ เบอร์เกอร์คิงเน้นหั่นราคา เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบัน

นาดิม ซาเวียร์ ซาลฮานี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มัดแมน ผู้ดำเนินธุรกิจร้านดังกิ้นโดนัท เปิดเผยว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างที่คาดการณ์ ส่งผลให้การทำธุรกิจในปีนี้ค่อนข้างเหนื่อย แต่หลังจากบริษัทมีการปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ด้วยการเปิดตัวเมนูใหม่และทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย รวมไปถึงการเปิดร้านดังกิ้นสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานของร้าน
ดังกิ้นโดนัทยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดี

ทั้งนี้ ล่าสุดได้เตรียมทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อฉลองครบรอบ 35 ปี ร้านดังกิ้นโดนัทด้วยการจัดโปรโมชั่น พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อโดนัทชุดแวลูแพ็กในราคากล่องละ 135 บาท จากปกติ 174 บาท ส่วนลูกค้าที่เกิดวันเดียวกับดังกิ้นคือ วันที่ 19 ต.ค.จะได้รับโดนัทฟรี 1 ชิ้น และสามารถซื้อเครื่องดื่มได้ในราคาพิเศษเพียง 19 บาท ซึ่งนอกจากจะให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย ร้านดังกิ้นโดนัทยังมีแผนที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบของการบริการ ด้วยการเพิ่มเมนูอาหารและเครื่องดื่มให้มีความหลากหลายมากขึ้นอีกด้วย

ซาลฮานี กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มเมนูอาหารเช้าเข้าไปจำหน่ายในร้านดังกิ้นโดนัท ควบคู่ไปกับการขายเมนูเครื่องดื่ม ซึ่งจะเน้นไปที่เมนูกาแฟ เนื่องจากบริษัทต้องการให้ภาพลักษณ์ของร้านดังกิ้นโดนัทนับตั้งแต่ปี 2560 เปลี่ยนจากร้านที่จำหน่ายโดนัทไปเป็นร้านที่จำหน่ายเครื่องดื่มเป็นหลัก เนื่องจากร้านดังกิ้นโดนัทในอเมริกาภาพลักษณ์จะเป็นร้านที่จำหน่ายเครื่องดื่มคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ที่เหลือ 20% เป็นโดนัท ขณะที่ประเทศไทย 80% เป็นการขายโดนัทและ 20% เป็นการขายเครื่องดื่ม ซึ่งหลังจากปรับแผนการดำเนินงานดังกล่าว คาดว่าอีก 2 ปี สัดส่วนการขายเครื่องดื่มในประเทศไทยน่าจะเพิ่มเป็น 30%

สำหรับแผนการขยายสาขาร้านดังกิ้นโดนัทในอีก 5 ปีนับจากนี้ จะเปิดสาขาเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 100 สาขา โดยปี 2560 มีแผนที่จะขยายเพิ่ม 12-15 สาขา ภายใต้งบลงทุนเฉลี่ยต่อสาขาที่ 2-3 ล้านบาท เน้นการขยายสาขาทั้งร้านในรูปแบบคีออสก์และร้านบริการที่มีบริการกาแฟแบบมีที่นั่ง โดยในปลายปี 2559 นี้จะเริ่มเปิดให้บริการร้านในรูปแบบของฟูลคอนเซ็ปต์ ด้วยการเพิ่มบริการสินค้าประเภทแซนด์วิช กาแฟพรีเมียมจากอเมริกา และเครื่องดื่มให้มีความหลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ในปี 2560 ยังมีแผนที่จะทดลองเปิดร้านในรูปแบบไดรฟ์ทรููเป็นสาขาแรกอีกด้วย โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหาทำเลที่มีความเหมาะสม

ขณะที่ร้านดังกิ้นโดนัทกำลังอยู่ระหว่างการปรับรูปแบบการให้บริการในด้านของเมนูอาหารและเครื่องดื่ม ในส่วนของร้านเบอร์เกอร์คิงก็ได้มีการปรับกลยุทธ์การทำตลาดด้วยการปรับลดราคาเบอร์เกอร์บางเมนูเหลือชิ้นละ 59 บาท เพื่อให้ลูกค้าคนไทยเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้นและสอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว

ประพัฒน์ เสียงจันทร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) ผู้บริหารร้านเบอร์เกอร์คิง กล่าวว่า หลังจากปรับราคาเบอร์เกอร์เหลือ 59 บาท พบว่าลูกค้าให้การตอบรับดี เห็นได้จากยอดขายช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตมากถึง 40% สูงกว่าเป้าเดิมที่วางไว้ว่าจะโตที่ 20% จากผลการตอบรับที่ดีดังกล่าว คาดสิ้นปีจะมีรายได้เติบโตที่ 35% และจะขยายการทำโปรโมชั่นขายเบอร์เกอร์ 59 บาท ไปจนถึงปี 2560

ในส่วนของแผนการเปิดร้านใหม่ช่วง 3 เดือน ที่เหลือของปีนี้ เบอร์เกอร์คิงมีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีกประมาณ 5 สาขา จากปัจจุบันมีทั้งหมด 67 สาขา ส่วนปี 2560 มีแผนจะเปิดเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 15 สาขา เพื่อผลักดันให้อีก 5 ปีนับจากนี้มีจำนวนร้านเบอร์เกอร์คิงเปิดให้บริการทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 150 สาขา เน้นการเปิดร้านในรูปแบบสแตนด์อะโลนและไดรฟ์ทรูเป็นหลัก เนื่องจากสามารถขายอาหารได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ในศูนย์การค้าจะขายได้แค่เวลา 10.00-22.00 น.เท่านั้น

กลยุทธ์ต่างๆ ที่ผู้ประกอบการงัดมาใช้ในครั้งนี้ถือว่าช่วยสร้างความคึกคักให้อาหารจานด่วนได้มากทีเดียว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่