
ส่งทีมสอบคอร์รัปชั่นรัฐ "องค์กรต่อต้านฯ"ชี้เป้า9โครงการ
นัดประชุมใหญ่วันที่ 11 ก.ย. ที่ท้องสนามหลวง "เปิดไฟไล่โกง" ให้หมดประเทศไทย
นัดประชุมใหญ่วันที่ 11 ก.ย. ที่ท้องสนามหลวง "เปิดไฟไล่โกง" ให้หมดประเทศไทย
นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยภายหลังแถลงการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น 2559 ว่าเตรียมส่งสมาชิกเข้าไปร่วมตรวจสอบความโปร่งใสโครงการลงทุนภาครัฐและรัฐวิสาหกิจในปีงบประมาณ 2560 จำนวน 9 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท เช่น รถไฟฟ้ารางคู่ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางจิระ-นครราชสีมา จัดซื้อรถมอเตอร์ไซค์ของตำรวจ การทำงานของกรมที่ดิน เป็นต้น เพิ่มจากปีงบประมาณ 2559 ที่เข้าไปตรวจสอบ 26 โครงการมูลค่าลงทุน 5-6 หมื่นล้านบาท เพื่อลดการ รั่วไหลของงบประมาณ โดยต้องรอความเห็นชอบจาก รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตเห็นชอบก่อน
ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นฯ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ที่อยู่ในขบวนการคอร์รัปชั่น ทั้งข้าราชการ นักการเมือง และผู้ประกอบการบางรายต่างปรับกลยุทธ์ในการรับเงิน หรือมอบเงินใต้โต๊ะ เพื่อให้ได้งานต่างๆ มากขึ้น หลังจาก ภาครัฐ เอกชน และประชาชนร่วมมือกันเข้มงวดตรวจสอบและป้องปรามการทุจริตอย่างจริงจัง ซึ่งองค์กรฯ จะเร่งศึกษาวิธีการป้องกันคอร์รัปชั่นในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้รู้ทันกลยุทธ์ในการโกงมากขึ้น
สิ่งที่แก้ไขยากคือการคอร์รัปชั่นในระบบราชการ ซึ่งมีตั้งแต่ในระดับซี 3-4 ขึ้นไปจนถึงในระดับสูง ข้าราชการระดับสูงบางรายดึงงานอนุมัติเรื่องต่างๆ ให้ล่าช้า หากภาคเอกชนและประชาชนจ่ายเงินก็ จะอนุมัติรวดเร็วขึ้น
นายประมนต์ กล่าวถึงการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นว่า ในปีนี้เป็นปีที่ 6 จะจัดขึ้นในวันที่ 11 ก.ย.นี้ ที่สนามหลวง ภายใต้แนวคิด "กรรมสนองโกง" โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และร่วมปาฐกถาพิเศษ "มาตรการจัดการ การคอร์รัปชั่นของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม" ส่วนงานในต่างจังหวัดจะจัดที่ศาลากลางจังหวัด ทั่วประเทศ พร้อมรณรงค์ให้ประชาชน ตื่นตัว เป็นพลังพลเมืองร่วมกันต่อต้านการโกง และร่วมกัน "เปิดไฟไล่โกง" เพื่อแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านคอร์รัปชั่น ขับไล่คนโกงชาติให้หมดไปจากแผ่นดินไทย
"ภาคเอกชนคลายกังวลลงเพราะผู้นำประเทศและผู้นำองค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญ ปราบปรามการทุจริตอย่างเข้มงวด เห็นได้จากในช่วง 3-4 ปี ก่อนผลสำรวจพบว่ามีการจ่ายเงินใต้โต๊ะในระดับ 25-30% แต่ล่าสุดลดเหลือ 10-15% หรือสามารถลดการรั่วไหลได้ปีละ 1.5 แสนล้านบาท" นายประมนต์ กล่าว
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทเอกชน 700 แห่ง ที่ประกาศเข้าร่วมสัตยาบันเป็นแนวร่วมต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งผ่านการรับรองแล้ว 200 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นบริษัทในตลาดหุ้น เพราะมีระบบภายในที่มีความพร้อมมากกว่าบริษัทขนาดเล็ก
นายไพฑูรย์ ทวีผล ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า บริษัทมีบทบาทเป็นบริษัทแรกที่ลงนามให้สัตยาบันฯ จนได้รับการรับรองเป็นสมาชิกใน 2 ปีที่ผ่านมา และยังติดตามการตรวจสอบที่อาจ จะส่อให้เกิดทุจริต ทั้งภายนอกและภายใน จึงเป็นตัวต้นแบบที่ดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล
ภาพประกอบข่าว







