posttoday
บจ.แชมป์กำไรอาเซียน

บจ.แชมป์กำไรอาเซียน

23 สิงหาคม 2559

ตลท.ย้ำชงข้อเสนอปรับเกณฑ์ไอพีโอ ต้องการเพิ่มคุณภาพ บจ.ควบคู่ให้ระดมทุนเข้าตลาดหุ้นได้

ตลท.ย้ำชงข้อเสนอปรับเกณฑ์ไอพีโอ ต้องการเพิ่มคุณภาพ บจ.ควบคู่ให้ระดมทุนเข้าตลาดหุ้นได้

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยในไตรมาส 2/2559  ที่มีกำไรสุทธิ  2.45 แสนล้านบาท ถือว่าออกมาดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ซึ่งตอนแรกอาจมองว่าออกมาดี แต่ยังไม่มีเหตุผลอะไรที่มายืนยันได้ชัดเจน อีกทั้งยังสอดคล้องกับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 เติบโต 3.5% ออกมาดีกว่าไตรมาสแรกที่ 3.2% รวมถึงกำไรยังออกมาดีที่สุดของกลุ่มประเทศอาเซียน

อย่างไรก็ดี คงบอกไม่ได้ชัดเจนว่าจากนี้จะมีเม็ดเงินต่างชาติจะไหลเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เพราะยังมีหลายองค์ประกอบที่เข้ามาเกี่ยวข้องโดยเฉพาะปัจจัยต่างประเทศ เช่น นโยบายทางการเงินของแต่ละประเทศ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แต่สิ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจหรือแตกต่างจากเพื่อนบ้าน คือ ความหลากหลายของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ทำให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนมีความโดดเด่นต่างกัน จึงเป็นตัวเลือกที่ดีของนักลงทุน ซึ่งมีความแตกต่างกับ บจ.ในตลาดหุ้นมาเลเซียและอินโดนีเซียที่ยังมีความหลากหลายน้อยกว่า

ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2559 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มีกำไรสุทธิ 245,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.83% จากงวดเดียวกันปีก่อนและเพิ่มขึ้น 5.27% จากไตรมาส 1/2559 โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นจาก 22.85% ในไตรมาส 2/2558 เป็น 25.62% ในไตรมาส 2/2559  รวม 6 เดือนของปี 2559 บจ. มีกำไรสุทธิรวม 479,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.13% จากงวดเดียวกันปีก่อน

นางเกศรา กล่าวว่า กรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ระหว่างการแก้ไขเกณฑ์บริษัทเข้า SET และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ทาง ตลท.ได้เสนอเกณฑ์ดังกล่าวไปแล้ว ตอนนี้ต้องให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.พิจารณา

“ยืนยันว่าการปรับปรุงเกณฑ์ที่เสนอไปทาง ก.ล.ต. เจตนาคือเป็นการเพิ่มคุณภาพของ บจ.ควบคู่กับการคำนึงถึงความสามารถให้บริษัทเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) และจดทะเบียนเข้า SET และ mai ได้เหมือนเดิม” นางเกศรา กล่าว

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวว่า บจ.ใน mai จำนวน 123 บริษัท จากทั้งหมด 128 บริษัท ในไตรมาส 2/2559 มีกำไรสุทธิรวม  2,332  ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 472 ล้านบาท หรือ 25.35%  โดยมียอดขายรวม 33,408 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 1.65% บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 23.83% เป็น 25% ทั้งนี้ 4 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตทั้งยอดขายและกำไรสุทธิ คือ กลุ่มธุรกิจการเงิน กลุ่มบริการ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มทรัพยากรตามลำดับ

“กลุ่มพลังงานทดแทนเติบโตโดดเด่นทั้งยอดขายและกำไร จากการเริ่มรับรู้รายได้จากการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ส่วนกลุ่มที่มีรายได้จากค่าโฆษณาและรับจัดกิจกรรมทางการตลาดได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจากการลดค่าใช้จ่ายของลูกค้า” นายประพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ 5 บริษัทที่มีกำไรสุทธิสูงสุด ได้แก่ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) 992 ล้านบาท บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) 161 ล้านบาท บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ (JSP) 149 ล้านบาท บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) 118 ล้านบาท และ บริษัท 2 เอส เมทัล (2S) 104 ล้านบาท

สำหรับผลงานรวม 6 เดือน  บจ.ใน mai มียอดขายรวม 65,276 ล้านบาท ทรงตัว แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25.05% เป็น 24.57% กำไรสุทธิรวมลดลง 7.09% ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากไตรมาสแรก ที่กำไรสุทธิรวมลดลง 19.47% ซึ่งในไตรมาสนี้เริ่มเห็นการฟื้นตัวของหลายๆ บริษัท

ปัจจุบันดัชนี mai ปิดที่  573.27 จุด เพิ่มขึ้น 9.69% จากต้นปี มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมอยู่ที่ 370,426 ล้านบาท อัตราส่วนราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) อยู่ที่ 61.65 เท่า

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่