
อีดีเอ็มกระแสแรง อินเด็กซ์ลุยเฟสติวัล
โดย...จะเรียม สำรวจ
โดย...จะเรียม สำรวจ
จากแนวโน้มของอุตสาหกรรมเพลงประเภทอิเล็กทรอนิกส์ แดนซ์ มิวสิค หรืออีดีเอ็ม ทั่วโลกที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องปีละไม่ต่ำกว่า 50% โดยเฉพาะในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบันอุตสาหกรรมเพลงอีดีเอ็มมีมูลค่าสูงถึง 2.48 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557/2558 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2.41 แสนล้านบาท และเพิ่มจากปี 2556/2557 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2.17 แสนล้านบาท จากแนวโน้มการเติบโตที่ดีของเพลงแนวอีดีเอ็ม ส่งผลให้ตลาดเพลง ศิลปิน ดีเจ และงานคอนเสิร์ตต่างๆ มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว
สำหรับในภูมิภาคเอเชียแนวเพลงอีดีเอ็มเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากจำนวนผู้ที่เข้าไปร่วมชมงานคอนเสิร์ตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของประเทศที่ให้ความนิยมแนวเพลงดังกล่าวมากที่สุด คือ อินเดีย ตามด้วย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย และไทย โดยกลุ่มประเทศที่น่าจับตามองมากที่สุดสำหรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเพลงอีดีเอ็ม คือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน
เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ กล่าวว่า ตลาดอีดีเอ็มในภูมิภาคอาเซียนถือเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีคอมมูนิตี้ของคนรักแนวเพลงอีดีเอ็ม มีการขยายสู่วงกว้างทั้งในเรื่องของไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชื่นชอบแนวดนตรี
นอกจากนี้ ในด้านของการทำการตลาดเจ้าของสินค้ายังให้ความสำคัญกับการใช้ดนตรีอีดีเอ็มเข้ามาช่วยในการสื่อสารแบรนด์ไปยังกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายผ่านการจัดงานอีเวนต์ และงานคอนเสิร์ตต่างๆ ซึ่งจากแนวโน้มที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดเพลงอีดีเอ็มในประเทศไทยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 200-300% ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดเพลงอีดีเอ็มในประเทศไทยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และในปี 2559 นี้ก็คาดการณ์กันว่าจะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 200-300% เช่นกัน
ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าว บริษัท อินเด็กซ์ฯ จึงเล็งเห็นโอกาสในการเข้ามาทำธุรกิจอีดีเอ็ม ด้วยการตั้งกลุ่มธุรกิจภายใต้ชื่อ ATME หรือ แอ๊บโซลูทลี่ ทรู มิวสิค เอ็กซ์พีเรียน เพื่อสร้างสรรค์งานดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ผ่านการจัดงาน “อีดีเอ็ม มิวสิค เฟสติวัล” ซึ่งจะแบ่งรูปแบบธุรกิจออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.โอน คอนเซ็ปต์ สร้างสรรค์งานด้วยการนำเสนอใหม่ที่มีเอกลักษณ์ และเป็นแนวทางของตัวเอง 2.คอนเสิร์ต ไลเซนส์ นำเข้างานอีดีเอ็มชื่อดังจากต่างประเทศเข้ามาแสดงในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน
ในส่วนของโปรเจกต์แรกที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 5 พ.ย.นี้ ที่สวนสนุกแดนเนรมิตเก่าจะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด อนาเธอร์เวิลด์ อีดีเอ็ม มิวสิค เฟสติวัล โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการจัดงาน และกำหนดราคาค่าบัตรเข้าร่วมงาน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ในระดับเดียวกับตลาดคือ เริ่มต้นที่ 2,000-1 หมื่นบาท โดยหลังจากจบการจัดงานในครั้งแรกคาดว่าจะมีรายได้จากการจัดงานไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท
เกรียงไกร กล่าวว่า การทำมิวสิค เฟสติวัล ในแนวเพลงอีดีเอ็ม บริษัทจะแบ่งออกเป็น 2 เฟส โดยในเฟสแรกจะเริ่มในปี 2560 ซึ่งนอกจากจะจัดงานในประเทศไทยประมาณ 4 งานแล้ว บริษัทยังมีแผนที่จะขยายพื้นที่การจัดงานไปในเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา และเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ซึ่งแต่ละประเทศจะมีการจัดงานปีละ 4 ครั้ง ใช้งบลงทุนครั้งละประมาณ 20 ล้านบาท ขณะที่เฟส 2 ได้มองการจัดงานไว้ที่ประเทศกัมพูชา ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
หลังจากจบการจัดงานอีดีเอ็มในปี 2560 บริษัท อินเด็กซ์ฯ มั่นใจว่าจะสามารถขึ้นเป็นผู้นำการจัดงานอีดีเอ็มของภูมิภาคอาเซียนได้อย่างแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการเข้ามาทำธุรกิจดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง มีเพียงการจัดงานเฉพาะแค่ช่วงเทศกาลสำคัญเท่านั้น เนื่องจากการลงทุนในการจัดงานค่อนข้างสูง
นอกจากจะวางเป้าหมายเป็นผู้นำการจัดงานอีดีเอ็มของภูมิภาคอาเซียนแล้ว ในอนาคตบริษัท อินเด็กซ์ฯ ยังมีความหวังว่าจะนำรูปแบบการจัดงานแบบนี้กลับไปจัดให้กลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งนิยมแนวเพลงอีดีเอ็มอย่างแพร่หลายมาก่อนภูมิภาคอาเซียน







