
รัฐต้องเตรียมพร้อม
ผลกระทบจากเหตุการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 7 จังหวัดใต้ โดยเน้นหนักไปที่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติอยู่ยังไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบหนักต่อภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวมากนัก เพราะนักท่องเที่ยวยังมั่นใจในหน่วยงานรักษาความมั่นคงที่จะจัดการควบคุมพื้นที่สำคัญไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อีก
ผลกระทบจากเหตุการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 7 จังหวัดใต้ โดยเน้นหนักไปที่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติอยู่ยังไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบหนักต่อภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวมากนัก เพราะนักท่องเที่ยวยังมั่นใจในหน่วยงานรักษาความมั่นคงที่จะจัดการควบคุมพื้นที่สำคัญไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อีก
ดังนั้น สถานการณ์ขณะนี้จึงอ่อนไหวอย่างยิ่ง และอาจจะทำให้เศรษฐกิจไทยที่กำลังมีแรงส่งดีอาจจะสะดุดขาตัวเองล้ม โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่เป็นพระเอกในการพยุงและผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่องอาจจะชะลอลง
จากข้อมูลของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่า เหตุระเบิดก่อความไม่สงบทำให้โรงแรมในพื้นที่ก่อการมีการยกเลิกการจองห้องพักมากกว่า 50% หลังเหตุระเบิด หากนำไปเปรียบเทียบกับผลกระทบจากเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์เมื่อเดือน ส.ค. 2558 มีผลทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ยรายวันลดลง 33% ในเดือนถัดไป ซึ่งอาจจะทำให้ในไตรมาส 3/2558 นักท่องเที่ยวขยายตัว 24.3% โดยขยายตัวลดลงจาก 36.92% ในไตรมาสก่อนหน้า เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยว 32 ล้านคน ปี 2559 เพิ่ม 8% จากปี 2558 คาดว่าก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 1.67 ล้านล้านบาท สัดส่วนของรายได้การท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่องอยู่ที่ 11-12% ของจีดีพี อาจลดลงเล็กน้อย
สิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งดูแลนอกจากการฟื้นความเชื่อมั่น อาจจะต้องจับตาผลกระทบที่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวได้รับจากการก่อเหตุการณ์ไม่สงบ ซึ่งควรจะประสานงานกันอย่างใกล้ชิดในการดูแลช่วยเหลือ หากเอกชนเจอผลกระทบรุนแรง รัฐอาจจะต้องหามาตรการช่วยเหลือ
ต้องยอมรับว่าภาคการท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้นักท่องเที่ยวจากฝั่งยุโรปและอเมริกา รวมทั้งญี่ปุ่นลดลงไปบ้าง แต่เราก็ได้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาทดแทน แม้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมีปริมาณมากกว่าคุณภาพ แต่ก็ถือเป็นตลาดที่ไทยยินดีต้อนรับและต้องรักษาไว้ให้ดีในยามที่เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว
ทางด้านผู้ประกอบการเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวทั้งหมดก็ยังไม่ได้ฟื้นตัวดีนัก เพราะเจอผลกระทบหนักจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของเราเอง ที่ยืดเยื้อยาวนานมาหลายปี จนทำให้ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และเอสเอ็มอีเดือดร้อนกันทั่วหน้า กลายเป็นหนี้เสียของธนาคาร เพิ่งจะมาในช่วง 1-2 ปีนี้ ที่การท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง และมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐผลักดันให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อไปได้
เป็นเรื่องดีที่ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ออกมาระบุว่า กระทรวงการคลังอยู่ในระหว่างการศึกษา และรวบรวมข้อมูลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อเตรียมออกมาตรการในการช่วยเหลือระยะสั้น ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กับการท่องเที่ยวในเร็วๆ นี้
การเตรียมพร้อมเป็นการทำงานเชิงรุก แม้ในที่สุดผลกระทบอาจจะไม่มากจนรัฐบาลไม่ต้องงัดมาตรการอะไรออกมาช่วย ก็ทำให้ภาคเอกชนอุ่นใจว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้ง







