posttoday
บลจ.ทิสโก้ดันปี54สำรองเลี้ยงชีพโต13%

บลจ.ทิสโก้ดันปี54สำรองเลี้ยงชีพโต13%

17 สิงหาคม 2553

บลจ.ทิสโก้ เปิดแผนปีหน้าธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโต 13% ส่วนครึ่งปีนี้ทะยาน 10% ชูจุดขายกองทุนหลากนโยบายลงทุนฮอต เปิดตัวครบปีกองทุนขนาดใหญ่ 2.5 หมื่นล้าน

บลจ.ทิสโก้ เปิดแผนปีหน้าธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโต 13% ส่วนครึ่งปีนี้ทะยาน 10% ชูจุดขายกองทุนหลากนโยบายลงทุนฮอต เปิดตัวครบปีกองทุนขนาดใหญ่ 2.5 หมื่นล้าน

น.ส.อารยา ธีระโกเมน กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัท 6 เดือนแรกปีนี้มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 7.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 7.04 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรมที่เติบโต 5% มีสินทรัพย์รวม 5.40 แสนล้านบาท

“สิ้นปีนี้เราตั้งเป้าสินทรัพย์แตะ 8 หมื่นล้านบาทและปีหน้าตั้งเป้าโตไว้ 13% หรือแตะ 9 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 อยู่ที่ 14% ซึ่งบริษัทจะพยายามรักษาอันดับให้อยู่ระดับต้นๆ รวมทั้งรักษาแชมป์ที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทนายจ้างสูงที่สุดในระบบ โดยมีจำนวน 2,570 บริษัท คิดเป็น 1 ใน 4 จากบริษัทในประเทศไทยที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว 10,760 บริษัท”น.ส.อารยา กล่าว

สำหรับแผนดำเนินธุรกิจของบริษัทยังเน้นจุดเด่นของการบริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบหลายนโยบาย หรือ Master Fund ซึ่งมี 5 นโยบายลงทุนตั้งแต่เสี่ยงต่ำไปจนถึงเสี่ยงสูง จากปัจจุบันที่บริษัทเปิดตัวกองทุนครบ 1 ปี มีขนาดใหญ่กว่า 2.5 หมื่นล้านบาท บริษัทเข้าร่วม 590 บริษัทและเป็นบริษัทใหม่ 20 แห่งปีนี้

อย่างไรก็ตามปัจจัยเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัว เชื่อว่าจะทำให้ผลดำเนินงานของบริษัทเอกชนดีขึ้น เป็นโอกาสที่บริษัทจะเข้าไปเสนอจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยตั้งเป้าปี 2554 จะมีบริษัทนายจ้างเข้าร่วมใน Master Pooled Fund ไม่ต่ำกว่า 300 บริษัท

ในส่วนของผลดำเนินงานแต่ละกองทุนแตกต่างกันไปขึ้นกับสัดส่วนลงทุนในหุ้น หากลงทุนหุ้น 10% ผลตอบแทน 1.2% หากลงทุนหุ้น 100% อยู่ที่ 12%

น.ส.ภาวิณี องค์วาสิฏฐ์ หัวหน้าธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีหุ้นใน 1-2 เดือนจากนี้ไม่น่าหลุด 800 จุด เนื่องจากเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศฟื้นตัว จึงมองดัชนีสิ้นปีนี้ที่ 900 จุดและในปีหน้า 1,000 จุด 

“ตอนนี้ต่างชาติยังไม่ได้เข้ามาซื้อหุ้นไทยมากนัก หากกลับมาก็หนุนดัชนีไปต่อได้ จึงแนะนำนักลงทุนควรมีหุ้นในพอร์ต โดยหุ้นที่น่าสนใจยังเป็นกลุ่มขนาดใหญ่เช่น ธนาคาร สื่อสาร พลังงาน หุ้นขนาดเล็กเช่น อาหารและอุปโภค ส่วนปีหน้ามองหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง”น.ส.ภาวิณี กล่าว  

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่