
เยอรมนีตื่น จ่อคุมเข้มปืน หลังกราดยิง
เยอรมนีพิจารณาคุมเข้มควบคุมปืนเพิ่ม ป้องกันเกิดเหตุซ้ำ หลังเหตุกราดยิงห้างใหญ่เมืองมิวนิก
เยอรมนีพิจารณาคุมเข้มควบคุมปืนเพิ่ม ป้องกันเกิดเหตุซ้ำ หลังเหตุกราดยิงห้างใหญ่เมืองมิวนิก
ซิกมาร์ กาเบรียล รองนายกรัฐมนตรีเยอรมนี เปิดเผยว่า เตรียมทุกทางที่เป็นไปได้ในการควบคุมการเข้าถึงอาวุธปืนเพิ่มเติม หลังเกิดเหตุวัยรุ่นชายวัย 18 ปี กราดยิงกลางร้านอาหารและห้างสรรพสินค้าเมืองมิวนิก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บ 27 ราย ซึ่งอยู่ในอาการสาหัส 10 ราย
กาเบรียล ระบุว่า คนร้ายที่ก่อเหตุมีปืนพกและกระสุนปืนครอบครองถึง300 นัด และเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบวิธีที่ชายวัย 18 ปี ผู้ก่อเหตุสามารถเข้าถึงอาวุธปืนดังกล่าวได้ แม้จะมีปัญหาสภาพจิตใจ โดยกฎหมายปัจจุบันของเยอรมนีไม่อนุญาตให้ขายปืนแก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ก่อนได้รับการทดสอบสภาพจิตใจ
สอดคล้องกับ โทมัส เดอ ไมซอร์ รัฐมนตรีมหาดไทยเยอรมนี เปิดเผยกับนิตยสารบลายด์ ว่า เตรียมพิจารณาทบทวนกฎหมายควบคุมปืนและเพิ่มการคุมเข้มการเข้าถึงปืนในส่วนที่จำเป็น โดยวิธีที่วัยรุ่นวัย 18 ปี หาอาวุธดังกล่าวมาได้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่จำเป็นต้องสืบทราบ
ทั้งนี้ สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เยอรมนีคุมเข้มการเข้าถึงอาวุธปืนมานับตั้งแต่เกิดเหตุกราดยิงโรงเรียนในเออร์เฟิร์ท เมื่อปี 2002 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 16 ราย และการกราดยิงในเมืองวิเนนเดน ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 16 ราย โดยนอกจากผู้มีอายุต่ำกว่า 25 ปี จะต้องได้รับการทดสอบสภาพจิตใจก่อนการซื้อปืนแล้ว เยอรมนียังห้ามซื้อขายอาวุธปืนชนิดอัตโนมัติ ขณะที่ชนิดกึ่งอัตโนมัติได้รับอนุญาตเฉพาะการแข่งขันกีฬาและการล่าสัตว์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากนิตยสารสปีเกล ในเยอรมนี ระบุว่า ในปี 2013 เยอรมนีมีการครอบครองอาวุธปืนมากที่สุดเป็นอันดับ 4 รองจากสหรัฐ สวิตเซอร์แลนด์ และฟินแลนด์







