
‘Impactful!!’
สืบเนื่องจากทริปปารีสล่าสุด อีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาบนท้องถนนปารีสก็คือ ผู้คนใช้บริการจักรยานสาธารณะให้เช่าสีเทาของทางเมืองที่จัดไว้ให้ตามจุดต่างๆ
โดย...ปพนธ์ มังคละธนะกุล
สืบเนื่องจากทริปปารีสล่าสุด อีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาบนท้องถนนปารีสก็คือ ผู้คนใช้บริการจักรยานสาธารณะให้เช่าสีเทาของทางเมืองที่จัดไว้ให้ตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงปารีส ผมไปปารีสก็หลายหน ไม่เคยสังเกตเห็นว่าปริมาณการใช้จักรยานให้เช่านี้จะมากมายเช่นครั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่าส่วนใหญ่ผมมักไปเยือนกรุงปารีสในช่วงเดือน ธ.ค. ซึ่งเข้าฤดูหนาวแล้ว ปริมาณการใช้จักรยานจึงไม่มากจนเป็นที่สังเกตเท่าครั้งนี้ที่ไปในช่วงฤดูร้อน
บริการจักรยานสาธารณะให้เช่าในฝรั่งเศสมีชื่อว่า “Velib” ซึ่งมาจาก 2 คำคือ “Velo” ที่หมายถึงจักรยาน และ “liberte” ซึ่งหมายถึงอิสระ การให้บริการ Velib เริ่มให้บริการในเดือน ก.ค. 2007 เป็นความตั้งใจของเทศบาลเมืองปารีสที่ต้องการแก้ปัญหาการจราจรในกรุงปารีสที่นับวันเริ่มจะติดขัดขึ้นทุกวัน (ล่าสุดที่ผมเจอ รถติดไม่ต่างจากกรุงเทพฯ ของเราเลย) โดยคนให้บริการคือบริษัท JCDecaux บริษัทสื่อโฆษณานอกบ้านชั้นนำของยุโรป
การใช้บริการก็ทำได้แสนง่าย เพียงไปที่สถานีจอดจักรยานของ Velib ซื้อบริการรายวันที่เครื่องตรงสถานีโดยใช้บัตรเครดิตได้เลย โดยค่าบริการรายวันคิดแค่ 1.7 ยูโร หรือประมาณ 68 บาท ส่วนใหญ่คนมักไม่ใช้เกิน 30 นาที สถานีจอดรถมีแทบทุก 2-3 ช่วงตึก หาง่าย คนปารีสหรือนักท่องเที่ยวจึงใช้เดินทางสั้นๆ ปั่นถึงภายใน 30 นาที หรือหากต้องการใช้นานกว่านั้น ก็มักจะหยุดเปลี่ยนจักรยานตามจุดต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิน 30 นาที
จะเห็นว่าค่าใช้บริการนั้นแสนถูก คนให้บริการคือ JCDecaux จะมีวิธีหารายได้อย่างไรเพื่อให้คุ้มต้นทุน ไหนจะต้องจัดหาจักรยานเป็นหมื่นคัน มีสถานีจอดหลายพันแห่ง เพื่อให้ครอบคลุมการสัญจรไปมาของคนปารีส ระบบในการติดตามจักรยาน การชำระเงิน การเก็บรักษา และการบำรุงรักษาจักรยานและสถานีให้อยู่ในสภาพที่ดีตลอดเวลา ซึ่งต้นทุนนั้นไม่น้อยเลย
ผมว่าดีลนี้เป็นดีลที่ได้ประโยชน์ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นตัวเทศบาลกรุงปารีสเอง ที่ไม่ต้องลงทุนโปรเจกต์ใหญ่เอง ตัดปัญหาปวดหัวเรื่องการให้บริการและการบำรุงรักษาที่ตนไม่ถนัด ประชาชนและรวมถึงนักท่องเที่ยวได้พาหนะสัญจรไปมาราคาถูก ช่วยลดปัญหาการจราจรและสิ่งแวดล้อมไปในตัว ขณะที่เจ้าของโปรเจกต์ก็ได้สิทธิในป้ายโฆษณาต่างๆ หารายได้เพื่อเลี้ยงโปรเจกต์ ขณะเดียวกันน่าจะมีกำไรเหลือพอสมควร
ในเมืองไทยก็มีความพยายามจะทำโปรเจกต์ลักษณะนี้ในกรุงเพฯ เมื่อสัก 4-5 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ สถานีจอดจักรยานแทบหาไม่เจอ จักรยานก็มีเพียงน้อยนิดไม่เพียงพอเพื่อจะเปลี่ยนพฤติกรรมของคนกรุงเทพฯ ที่ลำพังให้ออกแรงเดินจากปากซอยเข้าบ้านยังไม่ยอมทำกันเลย เรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างสะดวกกว่า
สิ่งที่ขาดหายไปของโปรเจกต์กรุงเทพฯ ก็คือ ขนาดของโปรเจกต์นั้นไม่มีความสำคัญเพียงพอที่จะสร้าง “แรงกระเพื่อม” หรือ “Impactful” ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของคนกรุงเทพฯ ซึ่งต่างจาก Velib ที่ใช้จักรยานนับหมื่นคัน สถานีจอดหลายร้อยหลายพันแห่ง จักรยานชั้นดี ระบบชั้นเยี่ยม เพื่อให้คนเห็นประโยชน์มากเพียงพอ และไม่มีข้ออ้างในการไม่ลองเปลี่ยนพฤติกรรม เมื่อได้ลองแล้วติดใจแล้ว โปรเจกต์ก็ติดลมบน
ปัจจัยเรื่อง “Impactful” เป็นปัจจัยที่คนมองข้ามตอนเริ่มต้นโปรเจกต์ใหม่ๆ มิได้คำนึงถึงขนาดหรือสเกลที่มีผลที่จะสร้าง “แรงกระเพื่อม” ที่มีความหมาย ลงทุนแบบเสียมิได้ เจียมเนื้อเจียมตัวเกินไป เพราะกลัวขาดทุน สุดท้ายเลยขาดทุนตามคิด
แต่ไม่ใช่จากโปรเจกต์ไม่ดี แต่เกิดจากขนาดของโปรเจกต์ไม่ใหญ่เพียงพอที่จะสร้าง “Impact” ต่างหาก







