posttoday
เอกชน38รายเหมาข้าวเสื่อม 1.63ล้านตัน

เอกชน38รายเหมาข้าวเสื่อม 1.63ล้านตัน

22 กรกฎาคม 2559

เอกชน 38 ราย แห่ยื่นซองชิงเสนอราคาข้าวเสื่อม 1.63 ล้านตัน ส่วน 9 ราย ชิงข้าวดี 2.18 ล้านตัน

เอกชน 38 ราย แห่ยื่นซองชิงเสนอราคาข้าวเสื่อม 1.63 ล้านตัน ส่วน 9 ราย ชิงข้าวดี 2.18 ล้านตัน

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การเปิดให้เอกชนยื่นซองคุณสมบัติเพื่อเสนอราคาซื้อข้าวสารสต๊อกรัฐบาลวันที่ 21 ก.ค. โดยมีเอกชน 38 ราย ยื่นซองคุณสมบัติเพื่อประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลเป็นการทั่วไปและเข้าอุตสาหกรรม 1.63 ล้านตัน ขณะที่มีเอกชน 9 ราย ยื่นซองคุณสมบัติเพื่อเสนอราคาซื้อข้าวสารสต๊อกรัฐบาลที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศปริมาณรวม 2.18 ล้านตัน โดยมีผู้เข้าร่วมเสนอซองคุณสมบัติทั้งหมด 47 ราย

ทั้งนี้ หลังจากที่เปิดให้ยื่นซองคุณสมบัติเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนประกาศและให้ยื่นซองเสนอราคาในการเปิดระบายข้าวใน 2 กลุ่มวันที่ 25 ก.ค.นี้ต่อไป

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การเปิดให้ยื่นซองคุณสมบัติเพื่อเสนอราคาซื้อข้าวสารสต๊อกรัฐบาลในรอบนี้ มีเอกชนเข้าร่วมเป็นจำนวนที่น่าพอใจ แม้การระบายทั้งสองรูปแบบจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด เช่น ต้องมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศอยู่แล้ว และมีข้อจำกัดทั้งเรื่องกำหนดระยะเวลาขนย้ายการส่งหลักฐานคำสั่งซื้อและหลักฐานการส่งออกจริง แต่ยังมีเอกชนจำนวนมากแสดงความสนใจ จะนำไปสู่การเจรจาเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุด

สำหรับความคืบหน้าการเรียกค่าเสียหายการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) 4 สัญญา ปริมาณ 6.2 ล้านตันนั้น ขณะนี้ทางสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรียังไม่ได้ส่งหนังสือตอบกลับ หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ได้มีหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณา แต่คาดว่าจะได้รับหนังสือตอบกลับมาได้เร็วๆ นี้

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่าการส่งออกข้าวในปี 2559 จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 9.5 ล้านตัน คาดว่าจะส่งออกได้เพียง 9.2 ล้านตัน เนื่องจากขณะนี้ราคาส่งออกข้าวไทยได้ปรับตัวสูง ต่างจากราคาข้าวประเทศคู่แข่งส่งออกมากกว่า 50 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของไทยอยู่ที่ 443 เหรียญสหรัฐ/ตัน ราคาส่งออกข้าวชนิดเดียวกันของเวียดนามอยู่ที่ 374 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือห่างกันประมาณ 60 เหรียญสหรัฐ/ตัน ทำให้ประเทศผู้ซื้อหันไปซื้อข้าวจากประเทศที่มีราคาถูกกว่าไทย

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจัดคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนเดินทางเยือนเคนยาและโมซัมบิกระหว่างวันที่ 10-16 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ไทยและเคนยาได้ตกลงที่จะจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้าและการลงทุน (เจทีซี) เพื่อเป็นกลไกในการเพิ่มความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน เบื้องต้นไทยได้เจรจาผลักดันให้เคนยาพิจารณานำเข้าข้าวไทยเพิ่มขึ้น และขอสัมปทานการทำประมงชายฝั่งทะเลของเคนยา

สำหรับโมซัมบิก คณะได้เข้าเยี่ยมคารวะ นายคาร์ลูส อากูสตินโย ดู โรซารีอู นายกรัฐมนตรีของโมซัมบิก เพื่อหารือเกี่ยวกับความต้องการซื้อข้าวจากไทย 3 แสนตัน และโอกาสในการขยายการลงทุนในสาขาที่ไทยมีความสนใจ โดยเฉพาะสาขาการเกษตร ประมง พลังงาน เหมืองแร่ ก่อสร้าง การท่องเที่ยว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่