
เชียร์ซื้อหุ้นบริโภคมาแรง
บล.ไทยพาณิชย์-ทิสโก้แนะเลี่ยงกลุ่มพลังงานแพง น้ำมันพลิกลง
บล.ไทยพาณิชย์-ทิสโก้แนะเลี่ยงกลุ่มพลังงานแพง น้ำมันพลิกลง
บล.ไทยพาณิชย์-ทิสโก้ แนะไตรมาส 3 ซื้อหุ้นบริโภคภายในประเทศที่ราคายังถูกลงทุน เลี่ยงหุ้นพลังงานแพง
นายพรเทพ ชูพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ แนะนำการลงทุนในไตรมาส 3 ในหุ้นที่เป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคภายในประเทศ และส่วนใหญ่ก็เป็นหุ้นที่ยังมีการปรับขึ้นน้อยกว่ามูลค่าที่แท้จริง และยังพอจะมีส่วนต่างของการทำกำไรได้อยู่ สามารถลงทุนได้ในระยะกลางประมาณ 3 เดือน และระยะยาว 6 เดือน
หุ้นดังกล่าว ได้แก่ หุ้นกลุ่มพาณิชย์ที่ได้มาจากมีกำลังซื้อในระบบมากขึ้นหลังรัฐกระตุ้นให้มีการจับจ่ายใช้สอย อย่าง บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ที่มีรายได้จากต่างจังหวัดคิดเป็น 60-70% และยังจะได้จากฤดูการแข่งขันกีฬาที่ผ่านมา และคาดว่ากำไรจะเติบโต 20% ในปีนี้ รวมถึงหุ้นบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL)แม้ราคาจะปรับขึ้นมาตลอด เนื่องจากผลประกอบการยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีกำไรโตสูงที่สุดในกลุ่มพาณิชย์ของปีนี้ และอัตรากำไรขั้นต้นขยับจะเพิ่มขึ้นสู่ที่ระดับ 18.6%
ทั้งนี้ รวมถึงบริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) หรือ AEONT ตามแนวโน้มสินเชื่อเติบโตต่อเนื่องเป็น 8% ของปีนี้ และโต 10% ของปี 2560 และต้นทุนเงินทุนลดลงจากที่ได้รับการปรับอันดับความน่าเชื่อถือเพิ่ม และกำไรที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตหลังจากมีนโยบายที่จะมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง 10% ภายในปี 2563
นอกจากนี้ ยังมีหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ที่เป็นผู้ผลิตกระบะที่มียอดขายที่ดีขึ้น หลังจากผ่านสถานการณ์เลวร้ายมาตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา และมองว่าน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว อีกทั้งรายได้จากเกษตรกรจะเพิ่มขึ้น ปกติจะมีการซื้อรถกระบะเพิ่ม แนะนำ บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง (PCSGH) มองว่ายังมีโอกาสทำกำไร (อัพไซด์) ได้อีก 32% และผลประกอบการน่าจะออกมาดีตั้งแต่ปลายปี 2559-2560 โดยให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 5-6% รวมถึงบริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) ยังมีโอกาสปรับขึ้นที่ 36% และให้ผลตอบแทนเงินปันผล 5%
นอกจากนั้น ยังมีหุ้นขนาดใหญ่ที่สามารถลงทุนได้ตามที่เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังจากที่ผ่านมาเจอแรงกดดันและราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานมาตลอดเพราะกังวลว่า NIM จะลดลง ก็เป็นโอกาสที่น่าเข้าสะสมได้ หรือหุ้นกลุ่มสื่อสารแต่ต้องเลือกเป็นรายตัวเป็นหลัก โดยแนะนำบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เพราะยังสามารถรักษาและขยายฐานส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างต่อเนื่อง และการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังไม่ได้รุนแรงมาก
สำหรับหุ้นกลุ่มพลังงานตอนนี้อาจจะไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม เพราะราคาหุ้นได้ปรับขึ้นต่อเนื่องและราคาถือว่าอยู่ในระดับที่สูงมาก ส่วนหุ้นรับเหมาก่อสร้างก็ให้เลือกเก็งกำไรระยะสั้นตามข่าวที่มีการประมูลเท่านั้น
ด้าน นายวิวัฒน์ เตชะพูลผลรองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้แนะนำหุ้นที่ได้รับผลประโยชน์จากการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในช่วงครึ่งปีที่เหลือ เช่น กลุ่มสื่อสาร ก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ โดยหลีกเลี่ยงหุ้นพลังงาน เนื่องจากมองว่าราคาน้ำมันจะกลับมาเป็นขาลงโดยอาจร่วงไปได้ถึง 40-42 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
นายธีระพงษ์ วชิรพงศ์ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.ภัทร แนะนำเลือกซื้อหุ้นปิโตรเคมี โรงแรมสายการบิน อาหาร ค้าปลีก ไอซีที สื่อสาร ที่มีอัตรากำไรสูง โดยแนะนำหุ้นบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANCE) บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH)







