
แบงก์เจ๋งเครดิตสวิสเพิ่มน้ำหนัก
เครดิตสวิสเป็นโบรกเกอร์สหรัฐรายที่สองเพิ่มน้ำหนักหุ้นแบงก์ไทย หนุนธนาคารใหญ่วิ่งแรงนำตลาด
เครดิตสวิสเป็นโบรกเกอร์สหรัฐรายที่สองเพิ่มน้ำหนักหุ้นแบงก์ไทย หนุนธนาคารใหญ่วิ่งแรงนำตลาด
วันที่ 4 ก.ค. 2559 ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้น 9.57 จุด หรือ 0.66% ปิดที่ระดับ 1,454.56 จุด โดยมีธนาคารพาณิชย์นำตลาด เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เพิ่มขึ้น 5 บาท หรือ 3.60% ปิดที่ 144 บาท และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เพิ่มขึ้น 7.50 บาท หรือ 4.41% ปิดที่ 177.50 บาท โดยนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 3,404 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์เครดิตสวิส โบรกเกอร์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยเป็น 1,520 จุด จากเดิมคาดไว้ที่ 1,390 จุด และปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารพาณิชย์จากน้อยกว่าตลาดเป็นมากกว่าตลาด โดยให้ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงเทพ (BBL) เป็นหุ้นโดดเด่น
ทั้งนี้ บล.เครดิตสวิส ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นธนาคารพาณิชย์ หลังจาก บล.โกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น KBANK จาก 176 บาท เป็น 196 บาท SCB จาก 141 บาท เป็น 156 บาท BBL จาก 167 บาท เป็น 181 บาท และธนาคารกรุงไทย (KTB) เพิ่มจาก 17.40 บาท เป็น 18.90 บาท แต่ปรับลดราคาเป้าหมาย ธนาคารทหารไทย (TMB) จากระดับ 2.27 บาท เหลือเพียง 2.14 บาท เพราะแนวโน้มกำไรไตรมาส 2 ดีขึ้น
นักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์จะเริ่มต้นทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ในช่วงกลางเดือน ก.ค.นี้ คาดกำไรโดยรวมจะยังลดลงแต่ในอัตราชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากฐานการตั้งสำรองหนี้ที่ค่อนข้างสูงนับตั้งแต่ไตรมาส 2/2558 แม้ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในเดือน เม.ย.ก็ตาม หากเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกกำไรอาจทรงตัวหรือดีขึ้นเล็กน้อย หลังจากธนาคารหลายแห่งมีการตั้งสำรองมากไปแล้วในไตรมาสแรก และไตรมาส 2 เป็นฤดูกาลของการเร่งปรับโครงสร้างหนี้ น่าจะช่วยลดภาระการตั้งสำรองลง สำหรับ KBANK, KTB, BAY, TMB และบริษัท ทุนธนชาต หรือ TCAP
ขณะเดียวกันธนาคารขนาดกลาง-เล็กมีการลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษ ส่วนธนาคารขนาดใหญ่พยายามรักษาอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากที่เหมาะสม เพื่อบริหารอัตราการทำกำไรจากดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) สินเชื่อภาคธุรกิจขยายตัวดีกว่าคาด จากดีลซื้อกิจการบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) และการปล่อยสินเชื่อใบอนุญาต 4จี รวมถึงการฟื้นตัวของค่าธรรมเนียมจากสินเชื่อภาคธุรกิจ-ตลาดทุน และการเข้มงวดต่อการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ วิเคราะห์ว่า ในช่วง 5 เดือน สินเชื่อของกลุ่มดีขึ้น 0.9% เดือนต่อเดือน และเพิ่มขึ้น 0.4% นับตั้งแต่ต้นปี นำโดยธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) เพิ่มขึ้น 2.6% KBANK เพิ่มขึ้น 2.1% BBL เพิ่มขึ้น 1.8% ขณะที่เงินฝากติดลบ 1.2% เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน และเพิ่มขึ้น 0.2% นับจากต้นปี จะส่งผลดีต่อ NIM







