posttoday
จับตาการเมืองไทย-อังกฤษ ปัจจัยชี้ขาดศก.ครึ่งปีหลังฟื้นหรือฟุบ

จับตาการเมืองไทย-อังกฤษ ปัจจัยชี้ขาดศก.ครึ่งปีหลังฟื้นหรือฟุบ

22 มิถุนายน 2559

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย 

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย 

เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังคงต้องน่าจับตามองอย่างใกล้ชิด แม้ว่าภาคเอกชนจะมองว่าเศรษฐกิิจเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว แต่ยังมีปัจจัยลบที่ต้องระวัง ทั้งจากสถานการณ์การเมืองนอกประเทศ กรณีการลงประชามติอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป หรือกระทั่งสถานการณ์การเมืองไทย กับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นคีย์แฟกเตอร์สำคัญของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง

อลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจี เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังปัจจัยที่น่ากังวลว่าจะส่งกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจไทยคือ การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค. โดยขณะนี้นักลงทุนต่างประเทศ รวมทั้งประชากรชนชั้นกลางมีความกังวลในเรื่องนี้อยู่ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะมีผลกระทบทางจิตวิทยา เกิดความไม่เชื่อมั่นกับเศรษฐกิจ และจะระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยขึ้นมาทันที

ส่วนกรณีอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) ซึ่งจะมีการลงประชามติกันวันที่ 23 มิ.ย.นี้ เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบต่อไทย เพราะนักลงทุนอังกฤษที่เข้ามาลงทุนในไทยน้อย ส่วนตลาดหุ้นมีความอ่อนไหวเป็นเรื่องปกติ อาจมีความผันผวนแค่ในระยะสั้นๆ จากการที่นักลงทุนจากต่างประเทศพอร์ตใหญ่ขนเงินเข้าหรือออก ด้านการส่งออกจะกระทบหรือไม่นั้น ต้องรอดูว่าค่าเงินสหรัฐจะแข็งค่าหรือไม่

ด้าน พิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า กล่าวว่า ปัจจัยการเมืองจากนอกประเทศและการเมืองภายในประเทศ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะไทยทำธุรกิจกับอังกฤษน้อยมาก มีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดในไทย อาทิ มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ เป็นต้น ส่วนประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญของไทยคิดว่าน่าจะผ่านเพื่อนำประเทศไปสู่การเลือกตั้งใหม่

“กำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยจะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ขอให้ฝนตกในปริมาณมากพอในพื้นที่ที่ทำเกษตรกรรม เพืี่อให้เกษตรกรได้ทำนาหรือปลูกพืชผลทางการเกษตรเพียงอย่างเดียว ส่วนกลุ่มชนชั้นกลาง รวมทั้งกลุ่มนักลงทุน หากมีการเลือกตั้งจะทำให้มีความมั่นใจเศรษฐกิจไทยเพิ่มมากขึ้น” พิพัฒ ให้ความเห็น

ขณะที่มุมมองของนักการตลาดอย่าง สมบุญ ประสิทธิ์จูตระกูล เห็นว่า การลงประชามติอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยด้วยกัน 2 ด้าน ที่ต้องจับตามองให้ดี สำหรับภาคธุรกิจ คือ การส่งออกกับอัตราแลกเปลี่ยน หากมติให้อังกฤษออก ค่าเงินปอนด์ของอังกฤษกับค่าเงินยูโรของยุโรปจะอ่อนตัวลง

ทั้งนี้ต้องดูว่าจะมีอิทธิพลทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นหรือไม่ เพราะจะสร้างผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ทำให้ค่าเงินไทยอ่อนตัวลง ผู้ประกอบการไทยต้องจับตามองในเรื่องดังกล่าว จากปัจจุบันค่าเงิน 35 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งอยู่ในระดับคงที่และไม่ผันผวนมานานแล้ว ส่วนตลาดเงินเยนในขณะนี้ค่อนข้างได้รับผลกระทบ ค่าเงินเยนแข๋็งขึ้นเป็น 33.1 บาท/เยน เงินสวิสแข็งค่าเป็น 37 บาท/ฟรังก์สวิส รวมทั้งราคาทองคำก็ปรับสูงขึ้น

ด้าน บุญยง ตันสกุล นักการตลาด กล่าวว่า การเมืองภายในประเทศถือว่าเป็นคีย์แฟกเตอร์ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่าการเมืองในสหภาพยุโรป เชื่อว่าขณะนี้นักลงทุนคงจับตาดูการรับร่างรัฐธรรมนูญของไทยที่ยิ่งนับจะเกิดเสียงแตกมากกว่า และหวั่นเกรงจะเกิดคลื่นใต้น้ำและนำไปสู่เกิดการชุมนุมทางการเมืองขึ้นมาจะสร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

สำหรับกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงครึ่งปีหลัง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนกลุ่มชนชั้นกลาง-บน เริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน พบว่ามีผู้ออกมาจับจ่ายใช้สอยในศูนย์การค้ามากขึ้น ส่วนกำลังซื้อกลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2 หรือ 3 เพราะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งในรอบ 20-30 ปี สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการ คือ การสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง

ภาคเอกชนและนักการตลาดมองว่า การเมืองภายในประเทศเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากนี้ไปอีก 6 เดือนข้างหน้า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างชัดเจน หรืออาจสู่ภาวะซบเซาก็ได้ หากร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้น 7 ส.ค.นี้ ไม่ผ่าน เพราะเป็นคีย์แฟกเตอร์ที่สำคัญช่วยเรียกความเชื่อมั่นทั้งนักลงทุนและประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอย รวมทั้งยังทำให้ภาคการส่งออกไทยกลับมาสดใสมากกว่าที่เป็น

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่