
EGCO-GLกำไรกระฉูด
2 หุ้นติด MSCI ผลิตไฟฟ้าคาดกำไรไปได้สวยหลัง 5 ปีพุ่งเฉียด 50% GL พื้นฐานแกร่งสินเชื่อทะยานหนี้เสียลด
2 หุ้นติด MSCI ผลิตไฟฟ้าคาดกำไรไปได้สวยหลัง 5 ปีพุ่งเฉียด 50% GL พื้นฐานแกร่งสินเชื่อทะยานหนี้เสียลด
นายปิยะ เจตะสานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงินบริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) เปิดเผยว่า บริษัทได้รับเลือกเข้าคำนวณดัชนี MSCI ในรอบล่าสุด วันที่ 31 พ.ค. 2559 นี้ น่าจะมาจากการเติบโตของรายได้และกำไรในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2554-2558) รวมถึงโอกาสในอนาคตจากแผนธุรกิจที่วางไว้ โดยในปี 2554 มีกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 5,301 ล้านบาท และปี 2558 เพิ่มเป็นประมาณ 7,920 ล้านบาท เติบโตถึง 49.40%
“นักลงทุนสามารถคำนวณรายได้และกำไรออกมาได้ไม่ยาก เพราะโรงไฟฟ้าทั้งหมดมีสัญญาขายไฟฟ้า (PPA) ทำให้มีรายได้มั่นคงระยะยาว อายุสัญญาระหว่าง 10-25 ปี” นายปิยะ กล่าว
ทั้งนี้ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า การเติบโตของบริษัทมาจากศักยภาพและแผนการสร้างการธุรกิจทั้งจากธุรกิจภายในของบริษัทเอง รวมถึงการใช้กลยุทธ์การควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการ คาดหวังจะมีอัตราผลตอบส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ตัวเลข 2 หลักขึ้นไปต่อโครงการ ขณะที่ในปี 2559 และในอนาคตบริษัทยังมีแผนจะรักษาการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงานไม่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยที่เคยทำได้ประมาณ 5-7% ต่อปี
บริษัทยังมีโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างพัฒนาอีก 8 โครงการในประเทศ ขนาดกำลังการผลิตใหม่รวม 1,709 เมกะวัตต์ บริษัทถือหุ้นใหญ่สัดส่วนระหว่าง 90-100% ต่อโครงการ ซึ่งจะสามารถทยอยจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ครบทุกโครงการในปี 2562 ทำให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมเพิ่มเป็นประมาณ 4,800-5,000 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสการเติบโตต่อเนื่องจากการควบรวมหรือเข้ากิจการ รวมถึงการร่วมทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศเน้นในกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งในประเทศที่มีฐานธุรกิจอยู่แล้ว คือ ลาว อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงออสเตรเลีย รวมถึงประเทศใหม่ที่ยังไม่มีฐานธุรกิจ คือ เวียดนามและเมียนมา โดยสนใจทั้งในโครงการใหม่ที่มีใบอนุญาตขายไฟฟ้า (PPA) แต่เจ้าของต้องการหาผู้ร่วมทุนเพื่อเริ่มโครงการ ซึ่งกำลังศึกษา 3 โครงการในประเทศที่บริษัทมีธุรกิจอยู่ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าเขื่อนพลังน้ำ 2 โครงการ และโรงไฟฟ้าถ่านหินอีก 1 โครงการ คาดว่าจะได้ข้อสรุปการลงทุนภายในปีนี้ บริษัทมีนโยบายถือหุ้นไม่น้อยกว่า 20-25% ต่อโครงการ และกำลังศึกษาซื้อโรงไฟฟ้าที่ผลิตอยู่แล้วหลายโครงการในกลุ่มอาเซียน สามารถรับรู้กำไรและรายได้เข้ามาได้ทันที
“ตอนนี้เรามีแหล่งเงินลงทุนพร้อมมาก หากเป็นโครงการใหม่จะใช้สินเชื่อโครงการ แต่ถ้าซื้อกิจการก็มีเงินสดพร้อม และยังสามารถกู้จากสถาบันการเงินเพิ่มได้อีกด้วย” นายปิยะ กล่าว
นายทัตซึยะ โคโนชิตะ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส (GL) กล่าวว่า บริษัทได้รับเลือกเข้าดัชนี MSCI GLOBAL SMALL CAP INDEXES สะท้อนพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีโอกาสที่หุ้น GL จะได้รับความสนใจจากกองทุนต่างประเทศมากขึ้น เมื่อปลายปี 2558 GL ยังได้รับเลือกเข้าดัชนี SET100 หลังมีมาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4.25 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ การปรับโมเดลธุรกิจใหม่สู่ดิจิทัลไฟแนนซ์ในรูปแบบฟินเทค โดยนำระบบไอทีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ อาทิ การเข้าถึงลูกค้าในแต่ละประเทศได้อย่างทั่วถึง สามารถควบคุมต้นทุนดียิ่งขึ้น ขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน ทั้งกัมพูชา ลาว และอินโดนีเซีย อีกทั้งมีแผนจะขยายออกไปในประเทศอื่นๆ
บริษัทยังให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินเชื่อ โดยตั้งเป้าหมายปี 2559 เอ็นพีแอลในไทยจะลดลงเหลือ 5% ณ สิ้นไตรมาส 1/2559 อยู่ที่ 6.5%







