posttoday
ต่างชาติลดเชื่อมั่นหุ้นไทย

ต่างชาติลดเชื่อมั่นหุ้นไทย

08 มิถุนายน 2559

ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนพลิกจากขาขึ้นมาลดลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ต่างชาติมองแย่สุด หวั่นเงินไหลออก

ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนพลิกจากขาขึ้นมาลดลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ต่างชาติมองแย่สุด หวั่นเงินไหลออก

นายคเณศน์ วังส์ไพจิตร ผู้อำนวยการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (เดือน ส.ค.) อยู่ที่ 93.48 ลดลง 9.01% ปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน หลังจาก 3-4 เดือนก่อนหน้าอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยกลุ่มนักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นลดลงสูงสุดถึง 30% อยู่ที่ 77.78 มาสู่ระดับซบเซา จากผลสำรวจครั้งก่อนอยู่ระดับทรงตัว

ปัจจัยลบที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นมากที่สุดในมุมมองของนักลงทุนรายบุคคล สถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติเห็นตรงกันว่าความกังวลของนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณไม่ชัดเจน และต่างชาติยังกังวลในหลายปัจจัย เช่น ภาวะเศรษฐกิจไทย การไหลเข้าและออกของเงินทุนต่างชาติ และสถานการณ์การเมืองในประเทศ ส่วนปัจจัยหนุนคือนโยบายการลงทุนภาครัฐ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ

หมวดอุตสาหกรรมที่น่าสนใจมากที่สุด คือ รับเหมาก่อสร้าง ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไม่น่าสนใจ เพราะกังวลว่าภาวะดอกเบี้ยต่ำจะกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) และเฟดจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลให้ดอกเบี้ยไทยขยับขึ้นไม่ได้      

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า ระยะสั้นมีปัจจัยที่นักลงทุนต่างชาติให้น้ำหนักคือกระแสเงินต่างชาติที่มีโอกาสไหลออกจากตลาดหุ้น หลังความกังวลในการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐคลายลงอย่างมาก

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามคือวันที่ 23 มิ.ย. 2559 การออกเสียงลงประชามติของชาวอังกฤษในการโหวตว่าจะให้อังกฤษอยู่ต่อหรือให้ออกจากการเป็นสมาชิกในกลุ่มสภาพยุโรป (อียู) หาก
ผลออกมาว่าอังกฤษต้องออกจากอียูจะกระทบต่อการแข่งขันทางการค้า ซึ่งตลาดส่งออกของอังกฤษมีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 อยู่ในยุโรปและการส่งออกมีสัดส่วนราว 40% ของจีดีพีของอังกฤษ

สำหรับเศรษฐกิจไทย การลงทุนภาคเอกชนยังไม่เกิดเพราะภาคอุตสาหกรรมใช้กำลังการผลิตประมาณ 66-67% มีเพียงภาคบริการและการลงทุนภาครัฐจะเป็นปัจจัยบวก สำหรับปัจจัยการเมือง ต่างชาติไม่ได้ให้น้ำหนักต่อการลงทุนมากนัก ต้องการนโยบายนิ่งก็มีโอกาสที่จะเข้ามาลงทุนได้ในระยะยาว แต่ทั้งนี้ยังต้องติดตามปัจจัยการเมืองใกล้ชิดมากขึ้น ส่วนการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหากมีการเก็บภาษีจริงคงจะมีผลกระทบต่อกำไรของ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์

นายสมประวิณ มันประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงขาขึ้นการเติบโตจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยปีนี้จีดีพีจะเติบโตประมาณ 3.2% มาจากแรงหนุนภาคบริการและการลงทุนภาครัฐ ส่วนภาคการเกษตรมีสัญญาณที่ดีขึ้น ปัญหาภัยแล้งบรรเทาลง โดยรัฐบาลยังมีวงเงินประมาณ 3 แสนล้านบาท สามารถเบิกใช้ได้ในปีงบประมาณนี้เป็นปัจจัยกระตุ้นได้ในระยะสั้น ส่วนในระยะยาวจะมีปัจจัยกระตุ้นจากการลงทุนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ด้านตลาดหุ้นวันที่ 7 มิ.ย. ดัชนีขึ้นไปทดสอบ 1,450 จุดแล้วไม่ผ่านมา มีแรงขายทำกำไร ฉุดดัชนีลงมาติดลบ 1 จุด ปิด 1,442.42 จุด มูลค่าการซื้อขายปานกลาง 45,946 ล้านบาท ต่างชาติเข้าซื้อมากถึง 1,790 ล้านบาท ส่วนรายย่อยทำกำไร 2,252 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่