
ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ยกระดับจีดีพีไทย
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จัดสัมมนา Krungsri Bussiness Forum 2016 : Thailand’s Opportunity ขึ้นเมื่อวานนี้ เพื่อฉายภาพรวมของเศรษฐกิจไทยให้กับลูกค้าและนักลงทุน โดย วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ” ว่า ถึงเศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวนมากขึ้น แต่เศรษฐกิจไทยยังมีพื้นฐานดี สามารถรองรับความผันผวนจากภายนอกได้ดีระดับหนึ่ง เห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากความผันผวนในตลาดโลกค่อนข้างจำกัด
ทั้งนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล ปี 2558 เกินดุล 9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และคาดว่าจะอยู่ระดับนี้ในปีนี้ ทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูงถึง 3 เท่าของหนี้ระยะสั้นในต่างประเทศ การถือครองในพันธบัตรของ ธปท. และพันธบัตรรัฐบาลของนักลงทุนต่างชาติก็มีเพียง 9% ของมูลค่าทั้งหมด ต่างจากประเทศในตลาดเกิดใหม่บางประเทศที่สูงถึง 30% ขณะที่หนี้ต่างประเทศของภาคธุรกิจก็ต่ำ และมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้ค่อนข้างดี
“ท่ามกลางความผันผวนที่มี ธปท. ยังจะใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น เพื่อให้ค่าเงินไปในทิศทางเดียวกับสกุลภูมิภาค และทำให้นโยบายการเงิน ดอกเบี้ย ไม่เป็นอุปสรรคในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว
สำหรับการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อที่เป็นบวกต่อเนื่อง 2 เดือนติดกัน ก็ไม่ได้เกินจากที่ ธปท.คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ซึ่ง ธปท.คาดว่าเงินเฟ้อจะเป็นบวกในช่วงไตรมาส 2 และสามารถแตะกรอบล่างที่ 1% ได้ภายในสิ้นปีนี้ จากเป้าหมายทั้งปีที่ 2.5% บวกลบ 1.5% หรือ 1-4% แต่นโยบายการเงินหรือดอกเบี้ยจะยังผ่อนคลายต่อไปไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ทางด้าน สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ เดินหน้าประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ว่า การผลักดันให้เศรษฐกิจไทยโตอย่างยั่งยืนต้องร่วมมือทุกฝ่าย สิ่งแรกที่ต้องทำคือให้เศรษฐกิจโตในเชิงปริมาณอย่างมีเสถียรภาพและมีคุณภาพ รวมทั้งต้องมีการปฏิรูปเศรษฐกิจและโครงสร้างภาษี เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เพื่อที่จะยกระดับเส้นอัตราเติบโตเศรษฐกิจของไทย (จีดีพี) ให้ขยับขึ้นทั้งเส้น
ทั้งนี้ ผ่านมากระทรวงการคลังออกมาตรการระยะสั้นต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้อัตราการเติบโตเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาสแรกโต 3.2% และ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้หามาตรการอื่นๆ มากระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 3-4 และผลักดันให้เอกชนและดึงต่างชาติเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ซึ่งอาจจะให้สิทธิประโยชน์การลงทุนให้ใกล้เคียงประเทศคู่แข่งขัน เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย ให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี 15 ปี และมีกองทุนของรัฐเข้าไปร่วมลงทุนด้วย (แมตชิ่งฟันด์)
สมชัย กล่าวว่า รัฐบาลพยายามผลักดันระบบอี-เปย์เมนต์แห่งชาติ ซึ่งตนมีแนวคิดว่าถ้ามีการใช้จ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แต่ถ้าจ่ายเป็นเงินสดจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 10%
สมชัย กล่าวว่า ไทยกำลังปฏิรูปประเทศไทย มีเป้าหมายปี 2575 คนไทยต้องมีรายได้ 4 หมื่นบาท/เดือน ลดความเหลื่อมล้ำโดยคนไทยที่มีรายได้น้อยที่ 10% จากฐานล่างจะต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่า 1.5 หมื่นบาท ลดปัญหาคอร์รัปชั่นให้อยู่ในกลุ่มที่น้อยที่สุดใน 20 อันดับแรกของโลก ประเทศมีขีดความสามารถแข่งขันอยู่ใน 15 อันดับแรกของโลก เป็นต้น
ลัษมณ อรรถาพิช เศรษฐกรอาวุโส ประจำประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) กล่าวเชื่อมั่นว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังของปี 2559 เริ่มมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลเริ่มลงทุนแล้ว และพยายามชักจูงให้เอกชนลงทุนตาม ราคาสินค้าเกษตรเริ่มขยับขึ้น ปัญหาภัยแล้งเริ่มคลี่คลาย แม้ว่าการส่งออกไทยยังคงติดลบ แต่การค้าโลกหรือการส่งออกของโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น อีกทั้งการส่งออกในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีมีอัตราเติบโตขึ้น
ทั้งนี้ เอดีบียังคงคาดว่าปี 2559 จีดีพีไทยจะมีอัตราเติบโตที่ 3% และปี 2560 จีดีพีมีอัตราเติบโตที่ 3.5%
“จีดีพีไทยที่โต 3% ซึ่งโตต่ำกว่าศักยภาพ ซึ่งความจริงจีดีพีไทยควรอยู่ที่ 4.5% แต่ที่จีดีพีไทยที่หายไป 1.5% นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับผลิตภาพของแรงงาน คุณภาพแรงงาน คุณภาพการศึกษา รวมถึงเสถียรภาพเศรษฐกิจและเสถียรภาพตลาดเงินตลาดทุน ซึ่งก็เป็นโอกาสที่ดีที่ทุกอย่างเริ่มปรับตัวดีขึ้น” ลัษมณ กล่าว







