
ซอฟท์แบงก์ ขายหุ้นใหญ่ ทิ้งอาลีบาบา
ซอฟท์แบงก์ เตรียมขายหุ้นอาลีบาบา 2.81 แสนล้านบาท หวังล้างหนี้
ซอฟท์แบงก์ เตรียมขายหุ้นอาลีบาบา 2.81 แสนล้านบาท หวังล้างหนี้
ซอฟท์แบงก์ กรุ๊ป บริษัทเทเลคอมและอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ เปิดเผยว่า เตรียมลดสัดส่วนการถือหุ้นของ อาลีบาบา กรุ๊ป ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ ลงมาอยู่ที่ 28% จากเดิมที่ถืออยู่ 32.2% โดยคาดว่าจะเป็นมูลค่าขายหุ้นอย่างน้อย 7,900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.81 แสนล้านบาท) เพื่อลดภาระหนี้สินของบริษัท
การขายหุ้นดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ในอาลีบาบาประกาศขายหุ้น ตั้งแต่ที่ มาซาโยชิ ซัน ผู้ก่อตั้งซอฟท์แบงก์ ได้เริ่มลงทุนเป็นเงิน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 713 ล้านบาท) ในอาลีบาบา เมื่อปี 2000 แต่ทั้งสองบริษัทระบุว่า จะยังคงเป็นพันธมิตรทางธุรกิจอยู่
ก่อนหน้านี้ บรรดานักลงทุนต่างกังวลถึงภาวะทางการเงินของ ซอฟท์แบงก์ หลังจากที่ได้เข้าหุ้นของ สปรินท์ คอร์ป ธุรกิจโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอันดับ 4 เมื่อปี 2013 ซึ่งมีปัญหาขาดสภาพคล่องจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด
ฮิเดกิ ทานากะ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ มอร์แกน สแตนลีย์ ระบุว่า การขายหุ้นดังกล่าวจะส่งผลบวกต่อหุ้นของซอฟท์แบงก์ ในทำนองเดียวกับนักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์ และ โนมูระ โฮลดิ้งส์ ที่สนับสนุนการขายหุ้นของอาลีบาบา
นอกจากนี้แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า ซอฟท์แบงก์ ยังพิจารณาขายหุ้น 26% ของบริษัท กังโฮ ออนไลน์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ผู้ผลิตเกมส์สัญชาติญี่ปุ่นด้วย
ทั้งนี้ การขายหุ้นครั้งนี้จะช่วยให้สัดส่วนหนี้ต่อรายรับ ก่อนคิดอัตราดอกเบี้ย ภาษี และการอ่อนค่าเงิน ของซอฟท์แบงก์อยู่ที่ 3.3 เท่า จากเดิมที่ 3.8 เท่า เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา







