
ทัวร์ไทยไม่หวั่นสตาร์ทอัพ ลุยหาโปรแกรมใหม่ดึงลูกค้า
สตาร์ทอัพ หรือธุรกิจเกิดใหม่บนพื้นฐานเทคโนโลยี แตกแขนงอยู่หลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงภาคท่องเที่ยวด้วย ซึ่งสตาร์ทอัพหลายรายสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในเวลาอันรวดเร็ว และฆ่าธุรกิจรูปแบบเดิมๆ ได้ หากสิ่งที่ทำตอบโจทย์กับตลาดได้มาก
สตาร์ทอัพ หรือธุรกิจเกิดใหม่บนพื้นฐานเทคโนโลยี แตกแขนงอยู่หลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงภาคท่องเที่ยวด้วย ซึ่งสตาร์ทอัพหลายรายสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในเวลาอันรวดเร็ว และฆ่าธุรกิจรูปแบบเดิมๆ ได้ หากสิ่งที่ทำตอบโจทย์กับตลาดได้มาก
ธุรกิจหนึ่งที่น่าจับตาว่าจะได้รับผลกระทบจากสตาร์ทอัพหรือไม่ ก็คือบริษัทนำเที่ยว ที่ทุกวันนี้ต้องเจอกับคู่แข่งอย่างสตาร์ทอัพที่ผลักดันตัวเองขึ้นมาทำหน้าที่คล้ายคลึงกับเป็นบริษัทนำเที่ยว เพราะเป็นแหล่งที่คนต้องการมองหาโปรแกรมท่องเที่ยวจะเข้าไปใช้บริการ ต่างกันตรงที่เป็นเพียงตลาดกลางให้คนท้องถิ่นนั้นๆ ขายโปรแกรมทัวร์ในพื้นที่ในลักษณะไปเช้าเย็นกลับ ไม่ได้ค้างคืนเหมือนโปรแกรมทัวร์ของบริษัทนำเที่ยวที่จัดตลอดทริป
โชติช่วง ศูรางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ กล่าวว่า การเกิดขึ้นของสตาร์ทอัพด้านท่องเที่ยวคงยังไม่กระทบกับธุรกิจบริษัทนำเที่ยว เนื่องจากยังไม่ใช่รูปแบบธุรกิจที่นิยมมาก แต่ในอนาคตหากได้รับความนิยมมากขึ้นก็คงจะมีผลกระทบบ้างต่อธุรกิจบริษัทนำเที่ยวรูปแบบเดิมๆ
ทั้งนี้ ปัจจุบันกลุ่มคนที่ไปใช้บริการโปรแกรมท่องเที่ยวที่ทำโดยคนท้องถิ่นเองน่าจะเป็นกลุ่มคนที่อยากไปเที่ยวเอง ซึ่งเป็นเป้าหมายคนละตลาดกับบริษัท ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไปที่เดินทางไปกันเป็นครอบครัว อาจมีบ้างที่จะสูญเสียลูกค้ากลุ่มครอบครัวไปให้กับโปรแกรมท่องเที่ยวของคนท้องถิ่น แต่คนที่กลัวและไม่มั่นใจเดินทางไปในรูปแบบนี้ก็ยังมีอีกมาก
“ที่ผ่านมาเคยคิดทำตลาดเว็บไซต์ตัวกลางให้คนสร้างโปรแกรมทัวร์เองพาคนไปเที่ยว แต่มองว่าควบคุมการดำเนินงานต่างๆ ยากจึงไม่ทำ และเห็นการทำลักษณะนี้ในต่างประเทศมานาน พบว่ามีหลายกรณีที่เดินทางไปแล้วพบปัญหา ดังนั้นผู้บริโภคต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อนเลือกรูปแบบการเดินทางที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่” โชติช่วง กล่าว
กฤชณัฐ มีสำราญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สไมล์ลิ่ง กรุ๊ป บริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศ กล่าวว่า กลุ่มที่ทำตลาดกลางเปิดให้คนท้องถิ่นทำโปรแกรมนำเที่ยวขึ้นมาเองให้คนสนใจเข้ามาซื้อ แม้จะมีในหลายประเทศ แต่ก็เชื่อว่าไม่ใช่คู่แข่งของบริษัทนำเที่ยว เพราะการออกแบบทัวร์เหล่านั้นยังมีข้อจำกัด และเชื่อว่านี่เป็นแค่หนึ่งในรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ที่ถูกคิดขึ้นมา นอกจากนี้ แม้ว่าจะไม่ใช่ผู้ก่อตั้งธุรกิจบนพื้นฐานเทคโนโลยี แต่หากเป็นผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่คิดโปรแกรมทัวร์ใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ก็ถือเป็นคู่แข่งไม่ต่างกันกับสตาร์ทอัพเช่นกัน
ขณะที่สไมล์ลิ่ง กรุ๊ป มองว่าการเข้ามาของสตาร์ทอัพเป็นแรงผลักดันให้คิดค้นว่าปีนี้จะสร้างแนวคิดอะไรใหม่ในการขายโปรแกรมนำเที่ยวขึ้นมา จะต้องเป็นโปรแกรมที่คนเห็นแล้วรู้สึกว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่
ดังนั้น การมาของสตาร์ทอัพอาจไม่ได้ทำให้ผู้ประกอบการรายเดิมๆ ในธุรกิจนั้นจะต้องพ่ายแพ้เสมอไปหากผู้ประกอบการมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ทับซ้อนกับสตาร์ทอัพ และต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้น่าสนใจสม่ำเสมอ อีกทั้งจุดแข็งจากการอยู่ในวงการมายาวนาน มีความน่าเชื่อถือ จะทำให้ผู้ประกอบการยังคงครองสังเวียนเดิมได้ไม่ยาก







