posttoday
แจ๊กเจียชิงผู้นำปลาสเตอร์

แจ๊กเจียชิงผู้นำปลาสเตอร์

01 มิถุนายน 2559

ตลาดเวชภัณฑ์ดูแลแผลมูลค่า 900 ล้านบาท เปิดศึกชิงผู้นำ แจ๊กเจียอุตสาหกรรมเร่งปรับภาพลักษณ์ไทเกอร์พล๊าส ก่อนส่งออกใน 3 ปี

ตลาดเวชภัณฑ์ดูแลแผลมูลค่า 900 ล้านบาท เปิดศึกชิงผู้นำ แจ๊กเจียอุตสาหกรรมเร่งปรับภาพลักษณ์ไทเกอร์พล๊าส ก่อนส่งออกใน 3 ปี

นายพงศ์รัตน์ อรุณวัฒนาพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัท แจ๊กเจียอุตสาหกรรม (ไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าเวชภัณฑ์ดูแลแผล แบรนด์ไทเกอร์พล๊าส เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเวชภัณฑ์ดูแลแผลปีที่ผ่านมามีมูลค่าประมาณ 900 ล้านบาท ซึ่งยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องปีละ 5-10% เนื่องจากผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพ หรือการใส่รองเท้าส้นสูงในสุภาพสตรี เป็นต้น  

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทถือว่าอยู่ในท็อปทรีในตลาด ซึ่งประกอบด้วยแบรนด์เน็กซ์แคร์ 3 เอ็ม, เทนโซพล๊าส และไทเกอร์พล๊าส ซึ่งแบรนด์ไทเกอร์พล๊าสนั้น บริษัทได้ทำตลาดมานาน 15 ปี ในปีนี้ต้องการเร่งสร้างภาพลักษณ์สินค้าให้มีความทันสมัย โดยใช้งบในการรีแบรนดิ้ง 40 ล้านบาท พร้อมร่วมกับนิตยสารอะเดย์ เปิดตัวกิจกรรม Tigerplast Presents HUMAN RUN 2016 ภายใต้แนวคิด UNSTOPPABLE ชีวิตสนุก...ไม่มีสะดุุด ตอกย้ำภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ดูแลแผลของคนรุ่นใหม่

นอกจากนี้ จะเร่งขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านร้านขายยาและร้านโมเดิร์นเทรดที่มีทั่วประเทศกว่า 1.9 หมื่นแห่ง จากปัจจุบันสินค้ามีวางจำหน่ายแล้ว 1.4 หมื่นแห่ง ซึ่งจะวางขายให้ครอบคลุมในเร็วๆ นี้ รวมถึงการจำหน่ายผ่านร้านค้าส่ง ค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ หน่วยงาน ห้างสรรพสินค้า แต่ยังไม่มีแนวคิดจะขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

“แม้ว่าตลาดสินค้ากลุ่มปลาสเตอร์จะมีการแข่งขันไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากมีผู้เล่นในตลาดไม่กี่ราย แต่แนวโน้มการเติบโตของตลาดเป็นแรงจูงใจที่ทำให้ผู้เล่นหลักออกมาเคลื่อนไหว พร้อมกับมีผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นแบรนด์โลคัลเน้นเจาะตลาดต่างจังหวัดและแบรนด์จากต่างประเทศที่เน้นเจาะตลาดร้านขายยาทันสมัย”

สำหรับที่ผ่านมาแบรนด์ไทเกอร์พล๊าสมียอดขายเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จากการรีแบรนด์ครั้งนี้คาดว่าจะทำให้ยอดขายเติบโตได้ 40% และตั้งเป้าจะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดภายใน 3 ปี ขณะที่พฤติกรรมการเลือกใช้ปลาสเตอร์ของผู้บริโภคหากจะเลือกใช้ปลาสเตอร์ที่มีความทนทานจะใช้ปลาสเตอร์ผ้า แต่จะมีปัญหาเรื่องรอยคราบและบางรายอาจแพ้ ส่วนปลาสเตอร์พลาสติกใสจะมีปัญหาเรื่องการใช้งานที่ร่อนหลุดง่าย

ขณะที่ในช่วงปี 2555-2556 ที่ผ่านมา บริษัทได้ลงทุนครั้งใหญ่ใช้เม็ดเงิน 100 ล้านบาท โดยยื่นขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ เพื่อผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งที่ผ่านมามีทั้งการผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศในรูปแบบโออีเอ็ม หรือการรับจ้างผลิตในแบรนด์ของลูกค้ากว่า 10 แบรนด์ ส่งออกไปหลายประเทศในทวีปยุโรป อาทิ อังกฤษ เยอรมนี รวมถึงประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นต้น

นายพงศ์รัตน์ กล่าวว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายจากการส่งออก 350 ล้านบาท และในประเทศมียอดขายรวมกว่า 500 ล้านบาทจากการทำตลาดสินค้า 9 แบรนด์ อาทิ ปลาสเตอร์
แบรนด์เทนโซพล๊าส พลาสเตอร์แบรนด์เทอร์มาพลาส พลาสฟามาแคร์ เน้นจำหน่ายในโรงพยาบาล ผลิตภัณฑ์แบรนด์ตาบู น้ำมันยูคาลิปตัสสเปรย์ตราจิงโจ้ ลูกอมเจสันจูจุ๊บ เครื่องวัดความดันโลหิตออมรอน น้ำมันไฟแชคแบรนด์รอนสัน เป็นต้น โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมเติบโตขึ้นจากปีก่อน 10-15%

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันต้นทุนการผลิตปลาสเตอร์ปรับสูงขึ้นจากต้นทุนด้านปิโตรเคมี พีวีซีและค่าแรงงานที่ปรับขึ้น แต่ราคาขายพลาสเตอร์ก็ไม่ได้ปรับขึ้น โดยยังขายปลีกเป็นชิ้นเริ่มต้นที่ 1 บาท และขายเป็นกล่องราคา 15-60 บาท

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร