
กนง.จับตาภัยแล้งฉุดเศรษฐกิจปีนี้โตต่ำกว่าคาด
กนง.จับตาภัยแล้งกระทบการใช้จ่ายของครัวเรือนมากขึ้น กลายเป็นปัจจัยถ่วงให้เศรษฐกิจปีนี้มีแนวโน้มเติบโตได้ต่ำลง
กนง.จับตาภัยแล้งกระทบการใช้จ่ายของครัวเรือนมากขึ้น กลายเป็นปัจจัยถ่วงให้เศรษฐกิจปีนี้มีแนวโน้มเติบโตได้ต่ำลง
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รายงานผลการประเมินภาวะเศรษฐกิจ (ฉบับย่อ) จากการประชุมเมื่อ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า แม้ปีนี้ฝนจะกลับมาตกตามฤดูกาลในช่วงกลางปีเป็นต้นไป แต่อาจเห็นผลกระทบจากภัยแล้งต่อฐานะทางการเงินของครัวเรือนภาคเกษตรไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากรายได้ที่ขาดหายไปในช่วงภัยแล้งทำให้ครัวเรือนภาคเกษตรส่วนหนึ่งต้องก่อหนี้เพิ่มขึ้น บวกกับผลิตภาพการเพาะปลูกของที่ดินอาจลดลง ในภาวะที่ฝนแล้งรุนแรง ส่งผลให้การใช้จ่ายของครัวเรือนหรือการบริโภคภาคเอกชนอาจชะลอลง และเป็นปัจจัยถ่วงภาวะเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ทำให้โดยรวมเศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงที่จะโตได้ต่ำลง
นอกจากนี้ พฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า (search for yield) ในภาวะที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนในภาคเกษตรและเอสเอ็มอียังมีแนวโน้มด้อยลง จากผลกระทบของเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวล่าช้า สะท้อนจากสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีและสินเชื่อบัตรเครดิต และการที่ต้นทุนการระดมทุนของธุรกิจขนาดใหญ่ที่อยู่ในระดับต่ำ จากการแข่งขันปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าชั้นดีของธนาคารพาณิชย์ และความสนใจลงทุนในหุ้นกู้ของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น อาจไม่สะท้อนค่าความเสี่ยงที่แท้จริง จึงให้จับตาดูอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
ทั้งนี้ กนง.ยังมองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายของภาครัฐที่เบิกจ่ายได้ดีต่อเนื่อง และการท่องเที่ยวซึ่งขยายตัวได้มากกว่าที่คาดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำ







