posttoday
จ่อปรับนาโนไฟแนนซ์

จ่อปรับนาโนไฟแนนซ์

23 พฤษภาคม 2559

ธปท.เล็งปรับเกณฑ์และจัดกลุ่มสินเชื่อธุรกิจรายย่อยใหม่ หลังมีความเสี่ยงซ้ำซ้อนกับนาโนไฟแนนซ์ ทำปล่อยสินเชื่อไม่โตตามคาด

ธปท.เล็งปรับเกณฑ์และจัดกลุ่มสินเชื่อธุรกิจรายย่อยใหม่ หลังมีความเสี่ยงซ้ำซ้อนกับนาโนไฟแนนซ์ ทำปล่อยสินเชื่อไม่โตตามคาด

นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากเปิดให้ใบอนุญาตผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ ภายใต้การกำกับ (นาโนไฟแนนซ์) เป็นเวลา 1 ปี พบว่าการปล่อยสินเชื่อไม่เติบโตตามที่คาดไว้ โดยมีบางรายเริ่มปล่อยสินเชื่อบ้างแล้วและบางรายที่ขอใบอนุญาตไปยังไม่เริ่มปล่อยสินเชื่อ เพราะต้องวางกลยุทธ์ใหม่เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ ได้รับเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการว่า ต้องการให้ ธปท.ปรับเงื่อนไขในการทำธุรกิจบางข้อเพื่อให้เอื้อต่อการทำธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ เพราะอุปสรรคสำคัญในการทำธุรกิจ คือ ผู้ที่มาขอสินเชื่อไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายอย่างที่ได้ยื่นแผนให้ ธปท.รับทราบ เช่น ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เป้าหมายหรือประกอบอาชีพไม่ตรงกับที่แจ้งไว้กับ ธปท. ขณะที่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการก็ไม่ได้มาขอสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์

อย่างไรก็ดี ธปท.รับเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการมาพิจารณา แต่ในเบื้องต้นขอให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจภายใต้เงื่อนไขเดิมไปก่อน ส่วนจะต้องปรับเกณฑ์เพิ่มเติมหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องหารือร่วมกันภายหลัง ซึ่งเข้าใจว่าเนื่องจากนาโนไฟแนนซ์เป็นไลเซนส์ใหม่ อาจจะติดขัดบ้างในช่วงแรก การปล่อยสินเชื่อช้าไปบ้างเพราะต้องคัดกรองลูกหนี้ให้ตรงกับเป้าหมาย และทำระบบการติดตามหนี้ให้มีประสิทธิภาพ

“ธปท.ขอดูสักพัก ยอมรับว่าอาจต้องปรับอีกเยอะ ทางผู้ประกอบการก็มีขอให้ปรับเงื่อนไขบ้าง แต่เราขอให้เขาทำตามเงื่อนไขเดิมไปก่อน เพราะเพิ่งจะเริ่มทำได้แค่ปีเดียว ถ้าเห็นว่ามีปัญหาอุปสรรค ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ให้ธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุน เราก็พร้อมที่จะเรียกเขามาหารือพูดคุยกัน” นายรณดล กล่าว

สำหรับกรณีที่ผู้ประกอบการนาโนไฟแนนซ์ ระบุว่า มีต้นทุนการติดตามหนี้สูงนั้น ต้องดูด้วยว่าต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการก็อยู่ในระดับต่ำเช่นกัน จากอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ต่ำเพียง 1.5% และการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนาโนไฟแนนซ์ 36% นั้นตั้งบนพื้นฐานเศรษฐกิจเมื่อ 7-8 ปีที่แล้วที่ดอกเบี้ยสูง ซึ่งอัตราดังกล่าวประเมินผลครอบคลุมไปถึงความเสี่ยงของธุรกิจแล้ว ซึ่งหากธุรกิจบริหารจัดการที่ดีน่าจะคุ้มค่า

นายรณดล กล่าวว่า ธปท.กำลังพิจารณาการจัดกลุ่มผู้ประกอบการสินเชื่อธุรกิจให้ชัดเจนขึ้น เพราะมีความเสี่ยงว่าจะมีการซ้ำซ้อนกับนาโนไฟแนนซ์ หลังจากที่เริ่มมีประเภทสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อยเพิ่มขึ้น เช่น สินเชื่อบุคคลที่ปรับเกณฑ์ให้สามารถปล่อยเพื่อทำธุรกิจได้ ธุรกิจลีสซิ่งที่ทำตลาดสินเชื่อรายย่อย รวมทั้งพิโคไฟแนนซ์ของกระทรวงการคลังที่มีเป้าหมายปล่อยกู้ให้กับธุรกิจรายย่อยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ขอรอดูเงื่อนไขของพิโคไฟแนนซ์ว่าเป็นอย่างไร ก่อนจะมาดูในภาพรวมว่าสินเชื่อแต่ละประเภทนั้นต้องมีคุณสมบัติอย่างไร เพื่อที่จะออกกฎเกณฑ์กำกับดูแลเพื่อไม่ให้ทับซ้อนกัน ซึ่งสิ่งที่ ธปท.ให้ความสำคัญ คือ การคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้คิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเกินบริการที่กำหนด ฉะนั้นต้องให้แน่ชัดว่าหากมีการออกไลเซนส์ประกอบธุรกิจใหม่ต้องมีการคิดค่าบริการที่สมเหตุสมผล

“เบื้องต้นคาดว่าพิโคไฟแนนซ์เป็นคนละกลุ่มเป้าหมายกับนาโนไฟแนนซ์ มุ่งเน้นปล่อยสินเชื่อขนาดเล็กกว่า ด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่า แต่ต้องขอดูรายละเอียดพิโคไฟแนนซ์ให้ชัดเจนอีกทีว่าซ้ำซ้อนกับนาโนไฟแนนซ์อย่างไร ซึ่งหากกระทรวงการคลังมีแผนชัดเจน คาดว่าจะมาหารือกับ ธปท.อีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน เพราะมุ่งแก้ปัญหาหนี้นอกระบบและส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินกู้เหมือนกัน” นายรณดล กล่าว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่