posttoday
จับตาส่งออกจีน และประชุม ‘กนง.’

จับตาส่งออกจีน และประชุม ‘กนง.’

09 พฤษภาคม 2559

โดย...อัญชลี ซิงห์

โดย...อัญชลี ซิงห์

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย มองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.80-35.20 บาท/เหรียญสหรัฐ ใกล้เคียงกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 34.85-35.14 บาท/เหรียญสหรัฐ  สัปดาห์นี้ตลาดจะต้องติดตามตัวเลขการค้าระหว่างประเทศจากจีน และผลจากการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของประเทศไทย ปัจจัยแรก ถ้าตัวเลขการค้าจีนสะท้อนให้เห็นว่าการส่งออกของจีนปรับตัวได้ดีขึ้น น่าจะทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาเป็นบวกได้บ้างและจิตวิทยาต่อการลงทุนในสินทรัพย์ในเอเชีย

ขณะที่ผลจากการประชุม กนง.อาจมีผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเพิ่มขึ้น หาก กนง.ออกนโยบายที่สร้างความประหลาดใจให้แก่ตลาด ทั้งนี้เราคาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 11 พ.ค.นี้ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในตลาดโดยรวม ซึ่งหากเป็นไปตามคาดการประชุม กนง. น่าจะไม่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดมากนัก แต่ประเด็นหลักๆ ในการเคลื่อนไหวของค่าเงินโดยรวมจึงจะมาจากต่างประเทศมากกว่า

สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 34.84 โดยช่วงต้นสัปดาห์ปรับแข็งค่าได้เล็กน้อย โดยยังเป็นผลจากในสัปดาห์ก่อนที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติไม่ทำนโยบายการเงินเพิ่มเติม ดันค่าเงินเยนให้ปรับแข็งค่าขึ้น จนไปกดดันเงินเหรียญสหรัฐให้อ่อนค่าโดยภาพรวม อย่างไรก็ดีช่วงก่อนวันหยุดยาวเริ่มเห็นเงินบาทปรับอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งเป็นไปตามความเห็นของประธานเฟดรายสาขา 2 ท่าน  เดนนิส ล็อกฮาร์ต (จาก Atlanta) และจอห์น วิลเลี่ยมส์ (จาก San Francisco) กล่าวว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.ยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้อยู่ ทำให้เห็นแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ความต้องการของสกุลเงินเอเชียปรับลง หลังจากนักลงทุนในตลาดอยู่ในภาวะกลัวความเสี่ยง ตามตัวเลข PMI ของจีนที่ยังแสดงสัญญาณชะลอลงเป็นเดือนที่ 14 ติดต่อกัน รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงมาปิดตลาดที่ 35.14 (ณ วันพุธเวลา 17.30 น.)

สำหรับเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 106.27 ปรับแข็งค่าขึ้นมากที่สุดในรอบ 18 เดือน ที่ระดับ 105.52 หลังจากที่ตลาดผิดหวังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องการที่ธนาคารกลางของญี่ปุ่นไม่ได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในการประชุมล่าสุดรอบเดือน เม.ย.

นอกจากนี้ แม้ว่าผู้กำหนดนโยบายของญี่ปุ่นทั้งรัฐมนตรีคลังหรือผู้ว่าธนาคารกลางญี่ป่นจะออกมาแสดงความเห็นว่า การแข็งค่าของเงินเยนที่รวดเร็วเป็นสิ่งที่น่ากังวลและอาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวม แต่ค่าเงินเยนกลับไม่ได้ตอบสนองด้วยการอ่อนค่ามากนัก โดยยังยืนอยู่ใกล้เคียงกับระดับแข็งค่าสุดรอบ 18 เดือนในช่วงกลางสัปดาห์ โดยส่วนหนึ่งที่เห็นเงินเยนไม่เคลื่อนไหวมากนัก เป็นเพราะในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดญี่ปุ่นปิดทำการตั้งแต่วันที่ 3-5 พ.ค. ช่วงปลายสัปดาห์ ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวที่ระดับประมาณ 106.79 (ณ วันพุธ เวลา 17.30 น.)

ขณะที่เงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1444 ในช่วงแรกปรับแข็งค่าขึ้น เนื่องจากตัวเลข PMI จากเยอรมนีออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด และค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงบ้าง หลังจากที่ตัวเลข ISM ภาคการผลิตของสหรัฐสะท้อนให้เห็นว่าภาคการผลิตชะลอลง ในสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรปรับขึ้นไปแตะระดับแข็งค่าสุดที่ 1.1614 ก่อนที่ี่ปลายสัปดาห์เห็นเงินเหรียญสหรัฐจะปรับแข็งค่าขึ้นได้บ้าง

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่