
ค้าชายแดนพุ่ง พยุงเศรษฐกิจไทย
โดย...พรสวรรค์ นันทะ
โดย...พรสวรรค์ นันทะ
แม้การส่งออกโดยรวมของไทยที่หักทองคำยังหดตัวต่อเนื่อง ไตรมาสแรกนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า ติดลบ 5.1% ลดลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้าที่ติดลบ 8.5% แต่การค้าชายแดนยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง และมีส่วนสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจในภูมิภาค
สำนักงานภาคเหนือ ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาสแรกปีนี้ว่ายังทรงตัวจากไตรมาสก่อน จากแรงขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวจีนเข้ามามากกว่าที่คาด ขณะที่นักท่องเที่ยวสหรัฐและยุโรปก็เริ่มกลับมา ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่ผ่านท่าอากาศยานเพิ่มจาก 3.03 ล้านคน ในไตรมาส 4 ปีก่อน เป็น 3.24 ล้านคน อัตราการเข้าพักโรงแรมก็ดีขึ้น บวกกับการใช้จ่ายภาครัฐที่โครงการขนาดใหญ่คืบหน้าไปมาก มีการเบิกจ่ายในไตรมาสนี้รวม 2,071 ล้านบาท
ที่สำคัญเศรษฐกิจภาคเหนือยังดีจากการค้าชายแดนที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องมาช่วยพยุง ทำให้ส่งออกโดยรวมของภาคเหนือแย่น้อยกว่าการส่งออกโดยรวมของประเทศ โดยการส่งออกรวมของภาคเหนือในไตรมาสแรกปีนี้ติดลบเพียง 0.2% จากการส่งออกสินค้าประเภทชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ยังลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญชะลอตัว รวมถึงความสามารถในการแข่งขันมีข้อจำกัดในบางกลุ่มสินค้า แต่การส่งออกรวมของภาคเหนือถือว่าปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่เคยติดลบ 2.6% เพราะได้อานิสงส์จากการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังเมียนมา รวมถึง สปป.ลาว และจีนตอนใต้ ที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องมาช่วยทดแทน
อย่างไรก็ดี ในภาพรวมของเศรษฐกิจภาคเหนือการบริโภคภาคเอกชนยังชะลอตัว และผลผลิตภาคเกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนยังหดตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งที่มากระทบภาคการเกษตร
จากการรายงานมูลค่าการค้าต่างประเทศของภาคเหนือ พบว่า การค้าชายแดนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไตรมาส 1/2558 มีมูลค่า 1,800 ล้านบาท ไตรมาส 2/2558 มีมูลค่า 1,731 ล้านบาท ไตรมาส 3/2558 มีมูลค่า 4,585 ล้านบาท ไตรมาส 4/2558 มีมูลค่า 4,138 ล้านบาท และในไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มเป็น 4,875 ล้านบาท ซึ่งไตรมาสแรก
ปีนี้ ภาคเหนือมีมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 6.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น มูลค่าการส่งออกสินค้า 4.9 หมื่นล้านบาท มูลค่าการนำเข้า 1.5 หมื่นล้านบาท ทำให้เกินดุลการค้าไตรมาสนี้ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท
สิงห์ชัย บุณยโยธิน ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคเหนือ ธปท. เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือช่วงนี้ได้อานิสงส์จากการค้าชายแดนค่อนข้างมาก เติบโตเป็นเลขสองหลัก โดยเฉพาะในสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพื่อนบ้าน นิยมสินค้าไทย รวมถึงเครื่องจักรการเกษตร บวกกับการค้าชายแดนที่ส่งจากไทยไปจีนเองก็เริ่มเข้มงวด ทำให้การค้าจีนที่ไปผ่านเมียนมาในด่านแม่สอดก่อนค่อยมาไทยเพิ่มขึ้นมากด้วย ทั้งในกลุ่มเนื้อสัตว์ อาหารสดแช่แข็ง น้ำตาลซึ่งมีคุณภาพดีกว่า ราคาถูกกว่าของจีน ส่วนการค้าชายแดนกับลาวจะดีมากในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค
“การค้าชายแดนที่เติบโตได้ดีต่อเนื่อง บวกกับการท่องเที่ยวที่โตดี มีส่วนช่วยให้การจับจ่ายใช้สอยหรือกำลังซื้อที่ลดจากผลผลิตภาคเกษตรในภาคเหนือไม่ตกลงมาก และยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่องในไตรมาส 2 นี้ แต่ยังต้องติดตามปัญหาภัยแล้งที่จะมากระทบด้วย” สิงห์ชัย กล่าว
สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือในไตรมาสแรกปีนี้ที่ขยายตัวได้ดีกว่าระยะเดียวกันปีก่อน แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ตามการบริโภคภาคเอกชนที่มีทิศทางทรงตัว หลังไม่มีมาตรการกระตุ้นสอดคล้องกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและรายได้ภาคเกษตรที่ลดลง แต่ยังได้แรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและการค้าชายแดนมาพยุง ช่วยให้เสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมของทั้งภาคยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
สำหรับมูลค่าการค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาสแรกปีนี้ผ่านด่านศุลกากรไทย-ลาว มีมูลค่าอยู่ที่ 7.5 หมื่นล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนที่ 8.1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น มูลค่าส่งออก 4.5 หมื่นล้านบาท การนำเข้า 3 หมื่นล้านบาท เกินดุลการค้า 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งแนวโน้มยังดีเพราะมูลค่าการค้าเดือน มี.ค.ปีนี้ยังเพิ่มขึ้นเป็น 2.6 หมื่นล้านบาท จาก 2.1 หมื่นล้านบาท ในเดือนก่อนหน้า ส่วนด่านไทย-กัมพูชามีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 3.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 3.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น มูลค่าการส่งออก 2.7 หมื่นล้านบาท การนำเข้า 9,859 ล้านบาท ทำให้เกินดุลการค้า 1.8 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจภาคใต้ในไตรมาสแรกปีนี้ โดยรวมปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าและไตรมาสเดียวกันปีก่อน จากแรงส่งจากภาคการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภาครัฐ อันเป็นผลบวกต่อการจ้างงานในกิจการนอกภาคเกษตร จึงมีส่วนสนับสนุนกำลังซื้อของครัวเรือนบางส่วน และการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน ส่วนการส่งออกผ่านด่านศุลกากรในภาคใต้ก็ยังขยายตัวได้ โดยมูลค่าการค้าผ่านด่านศุลกากรในภาคใต้มีมูลค่าการค้ารวม 1.71 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า 1.77 แสนล้านบาท จากการส่งออก 9.36 หมื่นล้านบาท การนำเข้า 7.78 หมื่นล้านบาท เกินดุลการค้า 1.6 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจทั้งภาคยังเผชิญปัจจัยฉุดรั้งจากรายได้เกษตรกรและมูลค่าการส่งออกสินค้าสำคัญหดตัวต่อเนื่อง







