
รัฐขอโยงข้อมูลยึดทรัพย์
กรมบังคับคดีสกัดลูกหนี้ล้มบนฟูก จับมือ 16 องค์กรไล่ตามยึดทรัพย์นำทรัพย์คืนเจ้าหนี้
กรมบังคับคดีสกัดลูกหนี้ล้มบนฟูก จับมือ 16 องค์กรไล่ตามยึดทรัพย์นำทรัพย์คืนเจ้าหนี้
น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมบังคับคดีได้ส่งหนังสือถึง 16 หน่วยงานเกี่ยวกับการจดทะเบียนทางราชการ อาทิ กรมทะเบียนการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมการบินพลเรือน กรมการขนส่งทางบก กรมที่ดิน เป็นต้น รวมถึงธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง เพื่อที่จะขอเชื่อมโยงข้อมูลนำมาใช้ในการติดตามสินทรัพย์ของลูกหนี้ที่ถูกศาลฎีกาสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อนำสินทรัพย์มาขายทอดตลาดและนำเงินมาชาระหนี้คืนให้กับเจ้าหนี้หรือผู้ เสียหายที่ถูกละเมิด
ทั้งนี้ การไม่เชื่อมโยงข้อมูลทำให้กรมบังคับคดีรับทราบสินทรัพย์ของลูกหนี้เท่าที่สืบทราบได้เท่านั้น แต่หากมีการบิดบังหรือระบุชื่อเจ้าของที่เป็นนอมินี ทางกรมบังคับคดีไม่สามารถทราบได้ จึงต้องขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสืบทราบทรัพย์ ในกรณีที่ลูกหนี้มีสินทรัพย์ที่จดทะเบียนอยู่ที่ไหนบ้างจะได้ติดตามมาชาระหนี้คืนเจ้าหนี้ เช่น รถยนต์ เรือ เครื่องบิน และอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงการไปยึดสินทรัพย์ประเภทลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญา
"ขณะนี้กรมฯ ได้ติดตามยึดเรือและเครื่องบินของลูกหนี้ที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์มาแล้ว" น.ส.รื่นวดี กล่าว
ล่าสุดได้ประสานงานกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อตรวจสอบบัญชีเงินฝากหรือข้อมูลทางการเงินของลูกหนี้ที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์ รวมถึงกรณีการอายัดเงินเดือน เมื่อมีเงินหรือรายได้เข้ามาก็สามารถใช้ระบบเทคโนโลยีในการตรวจสอบว่าลูกหนี้มีสินทรัพย์ซุกซ่อนที่ใด หรือไม่ได้มีการแจ้งถึงรายได้ให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์รับทราบ จากเดิมจะประสานงานกันแบบการส่งจดหมาย ซึ่งจะทำให้ใช้ระยะเวลานาน
สำหรับผลการดำเนินงานของกรมบังคับคดีประจำปีงบประมาณ 2558 สามารถขายทรัพย์สินได้เป็นเงินกว่า 9 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด (ป.ป.ส.) บังคับโทษปรับคดียาเสพติดเป็นครั้งแรก โดยตั้งแต่เดือน ต.ค. 2557-ก.ย. 2558 มีคดียาเสพติดเข้าสู่การบังคับคดี 272 คดี ในชั้นยึดทรัพย์ 103 คดี มูลค่ากว่า 11 ล้านบาท และในชั้นอายัดทรัพย์เป็นเงินกว่า 61 ล้านบาท







