
IRPCกำไรดิ่ง21%
ไออาร์พีซีกำไรไตรมาสแรกลดลง 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสต๊อกน้ำมันจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง
ไออาร์พีซีกำไรไตรมาสแรกลดลง 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสต๊อกน้ำมันจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง
นางรัชดาภรณ์ ราชเทวินทร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายบัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) แจ้งว่ามีกำไรสุทธิ 3,014 ล้านบาท ลดลง 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 574% เทียบไตรมาส 4 ปี 2558 บริษัทมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) 3,752 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เทียบไตรมาสแรกปี 2558 แต่เพิ่มขึ้น 821% เทียบไตรมาส 4 ปี 2558
บริษัทมีรายได้จากการขายสุทธิ 38,250 ล้านบาท ลดลง 23% จากไตรมาสแรกปี 2558 จากราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์โดยรวมปรับลดลง 22% ตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลง (ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบลดลงจาก 51.89 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็น 30.42 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล) และปริมาณขายรวมลดลง 1% จาก 18.23 ล้านบาร์เรล หรือ 2.03 แสนบาร์เรล/วัน ในไตรมาส 1/2558 เป็น 18.06 ล้านบาร์เรล หรือ 1.99 แสนบาร์เรล/วัน เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2558 รายได้จากการขายสุทธิลดลงจำนวน 7,220 ล้านบาท หรือลดลง 16% จากราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์โดยรวมปรับลดลง 15% ตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลง (ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบลดลงจาก 40.71 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็น 30.42 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล) และปริมาณขายรวมลดลง 1% จาก 18.29 ล้านบาร์เรล หรือ 1.99 แสนบาร์เรล/วัน ในไตรมาส 4/2558
กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (GIM) สำหรับไตรมาส 1/2559 อยู่ที่ 8,323 ล้านบาท หรือ 13.68 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เทียบกับไตรมาส 1/2558 ที่ 7,014 ล้านบาท หรือ 13.06 เหรียญสหรัฐ /บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1,309 ล้านบาท หรือ 0.62 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากประการแรก ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ทำให้ GIM เพิ่มขึ้น 0.30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยส่วนใหญ่เกิดจากต้นทุนน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตลดลงตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลง
ประการที่สอง โครงการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและเพิ่มศักยภาพของบุคลากรภายใต้โครงการ EVEREST ทาให้ GIM เพิ่มขึ้น 0.32 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล การปรับลดลงของราคาน้ำมันดิบดูไบ จาก 34.59 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในช่วงปลายปี 2558 มาเฉลี่ยอยู่ที่ 30.42 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในไตรมาส 1/2559 ทำให้มีขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน 1,002 ล้านบาท หรือ 1.65 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยมีกำไรจากกลับรายการค่าเผื่อการลดลงของราคาสินค้าคงเหลือ (LCM) จำนวน 290 ล้านบาทหรือ 0.48 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และมีขาดทุนจาก Oil Hedging จำนวน 920 ล้านบาท หรือ 1.51 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้บริษัทมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) รวม 6,691 ล้านบาท หรือ 11.00 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เทียบกับไตรมาส 1/2558 ที่มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี 6,722 ล้านบาท หรือ 6.07 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และมีขาดทุนจาก Oil Hedging จำนวน 10 ล้านบาท หรือ 0.02 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) เทียบกับไตรมาส 4/2558 ที่ 8,804 ล้านบาท หรือ 14.67 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลง 481 ล้านบาท หรือ 0.99 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากประการแรก ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีส่วนใหญ่ลดลง ทำให้ GIM ลดลง 1.31 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และประการที่สอง โครงการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและเพิ่มศักยภาพของบุคลากรภายใต้โครงการ EVEREST ทำให้ GIM เพิ่มขึ้น 0.32 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) เพิ่มขึ้น 745 ล้านบาท หรือ 1.10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนใหญ่เนื่องจากขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันลดลง 1.66 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่มีขาดทุนจาก Oil Hedging เพิ่มขึ้น 0.22 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล







