
ซีเอฟโอใหม่ ปตท.สผ. เรียนรู้สิ่งใหม่ รับผิดชอบให้ดีที่สุด
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
“พรรณนลิน มหาวงศ์ธิกุล” วัย 52 ปี เข้ามาเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี หรือซีเอฟโอ คนใหม่ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2559 แทน “เพ็ญจันทร์ จริเกษม” ที่เกษียณอายุการทำงานไป
เธอจบปริญญาตรี การบัญชี และปริญญาโท บริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มชีวิตการทำงานที่แรกกับ ปตท. เป็นนักการเงินในปี 2529 ยุคที่องค์กรยังเป็นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจากนั้นก็ใช้ชีวิตการทำงานกับ ปตท.มาโดยตลอด วนอยู่ในด้านสายงานการเงินของกลุ่ม ปตท.ที่แยกย่อยแบ่งออกมาดูแลหลายเรื่อง โดยไม่ได้จับงานทำงานบัญชีเลย จากนั้นค่อยๆ เติบโตในเส้นทางการสายการเงินขององค์กร
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสร่วมทีมงานเกี่ยวกับการแปรรูปการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มาเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในปี 2544 หรือเป็นบริษัท ปตท. (PTT)
จากนั้นมีโอกาสได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ (ไออาร์) ขององค์กรจนกระทั่งได้ขึ้นเป็นผู้จัดการฝ่ายตลาดทุนและผู้ลงทุนสัมพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารการเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และนโยบายการเงิน และนั่งเก้าอี้สุดท้ายของ PTT คือ ผู้ช่วยกรรมการผู้กรรมการใหญ่การเงินองค์กร ก่อนที่จะถูกแต่งตั้งเป็นซีเอฟโอของ PTTEP
เธอเล่าว่า สายงานการเงินที่จับมาตลอดชีวิตการทำงานถือว่ามีความใกล้เคียงกันกับสายงานบัญชีที่จบมา แต่ไม่ชอบการทำงานสายงานบัญชีเพราะการทำงานต้องยึดติดกับมาตรฐานทางบัญชีที่กำหนดกรอบการทำงานไว้ ขณะที่เมื่อได้มีโอกาสการทำงานด้านการเงินพบว่าทำแล้วสนุกมากกว่า
ความสนุกในการทำงานคือ ได้มีโอกาสเปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบอยู่บ่อยๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการเงินทำให้ได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ จำนวนมากอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องตามโลกของการเงินที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและมีเรื่องใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ขณะที่องค์กร PTT แม้จะยังมีฐานะองค์กรเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ขั้นตอนการทำงานต่างๆ ทำเหมือนกับเอกชน
ดังนั้น เครื่องมือการเงินต่างๆ ที่เกิดขึ้นใหม่ในตลาดเงินและตลาดทุน PTT จะมีส่วนเข้าไปทำค่อนข้างมาก ซึ่งอยู่สายงานที่ดูแลในเรื่องนี้ จึงมีโอกาสได้ศึกษาและเรียนรู้ในเรื่องเหล่านี้ด้วย โดยเฉพาะในช่วงของการแปรรูป ปตท.ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งใหญ่ รวมถึงตนเองด้วยเพราะการทำงานไออาร์ถือเป็นสิ่งใหม่ของเธอ ซึ่งช่วงแรกไม่รู้จักว่าไออาร์ทำหน้าอะไร จึงเริ่มต้นเรียนรู้งานไออาร์ใหม่ทั้งหมด
ความยากง่ายการทำงานระหว่างการปิโตรเลียมแห่งประเทศกับหลังแปรรูปเป็น PTT จะมีผู้ที่คอยติดตามดูแลสอดส่องการทำงานมากขึ้นจากเดิม เพราะเดิมหน่วยงานกำกับดูแลหลักคือหน่วยงานภาครัฐ แต่เมื่อเป็น บจ.แล้วเป็นองค์กรที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ จะเริ่มเกี่ยวข้องกับผู้คนมากขึ้นที่คอยกำกับดูแลบริษัท ทั้งคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลท.นักลงทุนและต้องเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น อาทิ การจัดทำอันดับความเชื่อถือของบริษัท องค์กรต้องปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ความแตกต่างของความรับผิดชอบในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การเงินองค์กร PTT กับซีเอฟโอ PTTEP นั้น การทำงานที่ PTT ความที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่จะมีผู้บริหารในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ดูแลแยกสายงานการเงินกับบัญชีอย่างละคน ส่วนที่ PTTEP จะเพิ่มความรับผิดชอบดูแลภาพรวมที่กว้างและมากขึ้น เพราะต้องดูแลงานทั้งด้านการเงิน บัญชี และประกันภัยด้วย
“ปรัชญาการทำงานส่วนตัวคือทำทุกอย่างที่รับผิดชอบให้ออกมาดีที่สุด”
ธุรกิจสำรวจและผลิตของ PTTEP จะมีลักษณะเฉพาะจำนวนมากที่ต้องเข้ามาเรียนรู้และทำความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นด้วย เป็นความสนุกที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยการแต่งตั้งหมุนเวียนตำแหน่งผู้บริหารในกลุ่ม ปตท.เป็นนโยบายที่มักทำเป็นประจำ
ปัจจุบันซีเอฟโอ PTTEP นั่งเก้าอี้บริหารบริษัทอื่นๆ ในกลุ่ม ปตท.ด้วย ได้แก่ กรรมการบริษัท ปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ และบริษัท PTT Regional Treasury Center







