posttoday
ซีเอฟโอใหม่ ปตท.สผ. เรียนรู้สิ่งใหม่ รับผิดชอบให้ดีที่สุด

ซีเอฟโอใหม่ ปตท.สผ. เรียนรู้สิ่งใหม่ รับผิดชอบให้ดีที่สุด

04 พฤษภาคม 2559

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

“พรรณนลิน มหาวงศ์ธิกุล” วัย 52 ปี เข้ามาเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี หรือซีเอฟโอ คนใหม่ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2559 แทน “เพ็ญจันทร์ จริเกษม” ที่เกษียณอายุการทำงานไป

เธอจบปริญญาตรี การบัญชี และปริญญาโท บริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มชีวิตการทำงานที่แรกกับ ปตท. เป็นนักการเงินในปี 2529 ยุคที่องค์กรยังเป็นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจากนั้นก็ใช้ชีวิตการทำงานกับ ปตท.มาโดยตลอด วนอยู่ในด้านสายงานการเงินของกลุ่ม ปตท.ที่แยกย่อยแบ่งออกมาดูแลหลายเรื่อง โดยไม่ได้จับงานทำงานบัญชีเลย จากนั้นค่อยๆ เติบโตในเส้นทางการสายการเงินขององค์กร

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสร่วมทีมงานเกี่ยวกับการแปรรูปการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มาเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในปี 2544 หรือเป็นบริษัท ปตท. (PTT)

จากนั้นมีโอกาสได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ (ไออาร์) ขององค์กรจนกระทั่งได้ขึ้นเป็นผู้จัดการฝ่ายตลาดทุนและผู้ลงทุนสัมพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารการเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และนโยบายการเงิน และนั่งเก้าอี้สุดท้ายของ PTT คือ ผู้ช่วยกรรมการผู้กรรมการใหญ่การเงินองค์กร ก่อนที่จะถูกแต่งตั้งเป็นซีเอฟโอของ PTTEP

เธอเล่าว่า สายงานการเงินที่จับมาตลอดชีวิตการทำงานถือว่ามีความใกล้เคียงกันกับสายงานบัญชีที่จบมา แต่ไม่ชอบการทำงานสายงานบัญชีเพราะการทำงานต้องยึดติดกับมาตรฐานทางบัญชีที่กำหนดกรอบการทำงานไว้ ขณะที่เมื่อได้มีโอกาสการทำงานด้านการเงินพบว่าทำแล้วสนุกมากกว่า

ความสนุกในการทำงานคือ ได้มีโอกาสเปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบอยู่บ่อยๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการเงินทำให้ได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ จำนวนมากอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องตามโลกของการเงินที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและมีเรื่องใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ขณะที่องค์กร PTT แม้จะยังมีฐานะองค์กรเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ขั้นตอนการทำงานต่างๆ ทำเหมือนกับเอกชน

ดังนั้น เครื่องมือการเงินต่างๆ ที่เกิดขึ้นใหม่ในตลาดเงินและตลาดทุน PTT จะมีส่วนเข้าไปทำค่อนข้างมาก ซึ่งอยู่สายงานที่ดูแลในเรื่องนี้ จึงมีโอกาสได้ศึกษาและเรียนรู้ในเรื่องเหล่านี้ด้วย โดยเฉพาะในช่วงของการแปรรูป ปตท.ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งใหญ่ รวมถึงตนเองด้วยเพราะการทำงานไออาร์ถือเป็นสิ่งใหม่ของเธอ ซึ่งช่วงแรกไม่รู้จักว่าไออาร์ทำหน้าอะไร จึงเริ่มต้นเรียนรู้งานไออาร์ใหม่ทั้งหมด

ความยากง่ายการทำงานระหว่างการปิโตรเลียมแห่งประเทศกับหลังแปรรูปเป็น PTT จะมีผู้ที่คอยติดตามดูแลสอดส่องการทำงานมากขึ้นจากเดิม เพราะเดิมหน่วยงานกำกับดูแลหลักคือหน่วยงานภาครัฐ แต่เมื่อเป็น บจ.แล้วเป็นองค์กรที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ จะเริ่มเกี่ยวข้องกับผู้คนมากขึ้นที่คอยกำกับดูแลบริษัท ทั้งคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลท.นักลงทุนและต้องเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น อาทิ การจัดทำอันดับความเชื่อถือของบริษัท องค์กรต้องปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความแตกต่างของความรับผิดชอบในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การเงินองค์กร PTT กับซีเอฟโอ PTTEP นั้น การทำงานที่ PTT ความที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่จะมีผู้บริหารในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ดูแลแยกสายงานการเงินกับบัญชีอย่างละคน ส่วนที่ PTTEP จะเพิ่มความรับผิดชอบดูแลภาพรวมที่กว้างและมากขึ้น เพราะต้องดูแลงานทั้งด้านการเงิน บัญชี และประกันภัยด้วย

“ปรัชญาการทำงานส่วนตัวคือทำทุกอย่างที่รับผิดชอบให้ออกมาดีที่สุด”

ธุรกิจสำรวจและผลิตของ PTTEP จะมีลักษณะเฉพาะจำนวนมากที่ต้องเข้ามาเรียนรู้และทำความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นด้วย เป็นความสนุกที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยการแต่งตั้งหมุนเวียนตำแหน่งผู้บริหารในกลุ่ม ปตท.เป็นนโยบายที่มักทำเป็นประจำ

ปัจจุบันซีเอฟโอ PTTEP นั่งเก้าอี้บริหารบริษัทอื่นๆ ในกลุ่ม ปตท.ด้วย ได้แก่ กรรมการบริษัท ปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ และบริษัท PTT Regional Treasury Center

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่