
ซีวิค เจนฯ 10
เข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 10 แล้วสำหรับ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ที่มาพร้อมความสด ปรับเปลี่ยนการออกแบบใหม่หมดจากรุ่นก่อน ซึ่งพรีเมียมยิ่งขึ้น พร้อมความสปอร์ต ที่สื่อด้วยเส้นสายที่คมชัดโดดเด่นโฉบเฉี่ยว
เข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 10 แล้วสำหรับ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ที่มาพร้อมความสด ปรับเปลี่ยนการออกแบบใหม่หมดจากรุ่นก่อน ซึ่งพรีเมียมยิ่งขึ้น พร้อมความสปอร์ต ที่สื่อด้วยเส้นสายที่คมชัดโดดเด่นโฉบเฉี่ยว
ที่เป็นจุดเด่นเฉพาะตัวจะอยู่ที่ไฟท้ายรูปตัว C แบบ LED ที่บ่งบอกถึงความเป็น ฮอนด้า ซีวิค อย่างเด่นชัด สอดคล้องกับไฟหน้าสไตล์สปอร์ต พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (เดย์ไทม์รันนิ่งไลต์) รวมถึงกระจังหน้าที่เข้ากัน และล้ออัลลอยดีไซน์เฉี่ยวเป็นอย่างดี
ขณะที่ภายในห้องโดยสารเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง โดยยึดหลักการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก มีความกว้างมากขึ้นด้วยการขยายระยะฐานล้อ ส่วนความสูงแม้จะลดให้ต่ำลงเพื่อสวยงาม แต่ก็ไม่รู้สึกอึดอัด
สำหรับเครื่องยนต์มาพร้อมกัน 2 เครื่องยนต์ด้วยกัน คือ
1.เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC ให้กำลังสูงสด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับเชื้อเพลิงสูงสุดแก๊สโซฮอล์ อี85
2.เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC Turbo ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดแบบ Flat Torque 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700-5,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งฮอนด้าเคลมไว้ว่า กำลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบนั้นเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร และมีอัตราประหยัดน้ำมันเท่ากับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร เนื่องด้วย 3 เทคโนโลยีหลัก คือ ระบบหัวฉีด ไดเรกต์อินเจกชั่น และท่อไอดีแบบตรง, ระบบการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วแบบคู่ และเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้า
อารมณ์การขับขี่หลังจากที่ “โพสต์ทูเดย์” ได้สัมผัสทั้งสองรุ่นบนเส้นทาง ภูเก็ต-กระบี่ ทั้งไปและกลับ ระยะทางรวมราว 300 กม. ต้องกล่าวเลยว่ามีความแตกต่างอย่างชัดเจนของทั้งสองรุ่น ซึ่งอัตราการตอบสนองต้องยกให้เครื่อง 1.5 ลิตร เทอร์โบ ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร สมบูรณ์ตามแบบฉบับฮอนด้า







