
‘คอมพิวเตอร์โลจี’ พลิกธุรกิจสู่ผู้ชนะ
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
จากผู้ร่วมก่อตั้ง 3 คนของ “บริษัท คอมพิวเตอร์โลจี” ที่สร้างธุรกิจจากขนาดเล็ก ผ่านช่วงเวลาที่ประสบปัญหาไม่มีเงินในบริษัท จนกระทั่งพลิกธุรกิจในเวลา 1 ปี สร้างมูลค่าบริษัทถึง 120 ล้านบาท ล่าสุดปี 2559 มีนักลงทุนจากประเทศเกาหลีใต้ กลุ่ม Yello Digital Marketing (YDM) ที่ประกอบธุรกิจการตลาดดิจิทัลขนาดใหญ่ และอยู่ในเครือของ Yello Mobile Groupที่ประกอบธุรกิจด้านสื่อโมบายในประเทศเกาหลีใต้เข้ามาร่วมทุน ทำให้บริษัทสตาร์ทอัพไทยเติบโตมากขึ้น “วัชระ เอมวัฒน์” กรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท คอมพิวเตอร์โลจี (Computerlogy) กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของบริษัท
“วัชระ” กล่าวต่อว่า บริษัทมีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ “SocialEnable” เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการโซเชียลมีเดียให้องค์กร เพื่อทำให้องค์กรประเมินได้ว่า การลงทุนในโซเชียลมีเดียจำนวนมากมีผลต่อแบรนด์อย่างไรบ้าง ช่วยบริหารจัดการข้อมูลต่างๆ ที่โพสต์ให้แก่ลูกค้า ทำให้ทราบได้ว่าข้อมูลที่โพสต์ไปแล้วมีผลต่อลูกค้าอย่างไร และเข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น
ผลิตภัณฑ์ต่อมาคือ “TH3RE” เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดียให้แก่ลูกค้า ที่สามารถให้ข้อมูลแก่ลูกค้าได้ว่า ในโซเชียลมีเดียมีคนพูดถึงแบรนด์ระดับใด และเมื่อเกิดปัญหาการพูดถึงในแง่มุมบวกหรือลบจะมีเครื่องมือที่เข้ามาแก้ปัญหาได้ รวมถึงการพูดต่อในโซเชียลมีเดียผ่านช่องทางไหนบ้าง และวิเคราะห์เชิงลึกลูกค้าได้
แผนงานต่อจากนี้ไป สนใจขยายธุรกิจไปในประเทศสิงคโปร์และเกาหลีใต้ โดยทีมงานมีความเชี่ยวชาญการทำซอฟต์แวร์และการวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูง
“วัชระ” กล่าวต่อว่า องค์กรได้ก้าวเข้าสู่สตาร์ทอัพ Series A ของประเทศไทยได้ ผลดังกล่าวมาจากการที่บริษัทมีบทเรียนครั้งสำคัญจากช่วงเริ่มต้นธุรกิจที่ไม่ยอมแพ้ พร้อมปรับเปลี่ยน และมุ่งสร้างโปรดักต์
“บางครั้งการทำธุรกิจอาจล้มเหลวหลายครั้ง แต่หากเราไม่ยอมแพ้ แก้ไขปัญหา ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น การล้มเหลวของเราจึงไม่ใช่การพ่ายแพ้ แต่หากทำไปแล้วล้มเหลว และคุณยอมแพ้ นั่นคือล้มเหลวของจริง ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาไม่ยอมแพ้จะฝ่าฟันให้ธุรกิจโตต่อไป”วัชระ กล่าว
ย้อนกลับช่วงเริ่มต้นปี 2552 เริ่มจากทำเว็บไซต์ท่องเที่ยว ผู้ก่อตั้งร่วมกัน 3 คน แต่เมื่อทำมา 1 ปี ประสบปัญหา บางส่วนมาจากการขาดประสบการณ์และการวางแผนธุรกิจ จึงปรับใหม่มารับงานเกี่ยวกับซอฟต์แวร์และโซเชียลมีเดีย จึงเริ่มมีรายได้ แต่ต้องรอลูกค้ามาใช้บริการ จึงประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ในปี 2554 กลับมาทบทวนองค์กรใหม่ คำตอบคือ บริษัทต้องสร้างโปรดักต์
จึงเริ่มต้นสร้าง SocialEnable ต่อมาปี 2555 มีบริษัท อินทัช เข้ามาระดมทุนมูลค่า 29 ล้านบาท ทำให้บริษัทที่มีมูลค่าจากศูนย์ กลับมาเริ่มต้นใหม่ในเวลา 1 ปี สร้างมูลค่าบริษัทถึงระดับ 120 ล้านบาท ล่าสุดต้นปี 2559 มีผู้ถือหุ้นใหม่จากเกาหลีใต้ ทุกอย่างมาจากการไม่ยอมแพ้ พร้อมแก้ปัญหา ผลักดันสู้ให้ถึงที่สุด
แผนระยะยาวต้องการสร้างองค์กรให้เป็นแพลตฟอร์ม โพรไวเดอร์ ที่มีซอฟต์แวร์การให้บริการที่ดีสุดแก่ลูกค้า และสามารถแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ แก่ลูกค้าในทุกองค์กร รวมถึงมีลูกค้ามาใช้บริการมากที่สุด และทำให้องค์กรเติบโตอย่างมีคุณภาพ







