
MFCลุยทาร์เก็ตฟันด์อสังหาฯ
MFC เสิร์ฟทาร์เก็ตฟันด์ ลงทุนกองทุนหมวดอสังหาริมทรัพย์ ตั้งเป้า 8% ภายใน 1 ปี ชูปันผลน่าสนใจ ท่ามกลางดอกเบี้ยต่ำ
MFC เสิร์ฟทาร์เก็ตฟันด์ ลงทุนกองทุนหมวดอสังหาริมทรัพย์ ตั้งเป้า 8% ภายใน 1 ปี ชูปันผลน่าสนใจ ท่ามกลางดอกเบี้ยต่ำ
น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันนี้-26 เม.ย. 2559 บริษัทจะเปิดเสนอขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี สมาร์ท พร็อพเพอร์ตี้ 8 ซีรี่ส์ 2 (M-PROP8S2) ตั้งเป้าหมายเลิกกองทุนเมื่อมีผลตอบแทนไม่น้อยกว่า 8% ภายใน 1 ปี
ทั้งนี้ หลังจากบริษัทเปิดขายกองแรกช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้ลงทุนให้การตอบรับอย่างดีและเป็นทาร์เก็ตฃฟันด์กองแรกของไทยที่ลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท
สำหรับกองทุน M-PROP8S2 มีนโยบายลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์หมวดเดียวเฉลี่ยรอบบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน โดยสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และหรือหน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีทส์) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเฉลี่ยในรอบบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุนและหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
อย่างไรก็ตาม มุมมองของสายบริหารกองทุนเอ็มเอฟซี มองว่ายังมีปัจจัยสนับสนุนโอกาสการลงทุนในกองทุนดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันในตลาดมีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 52 กองทุนและรีทส์ 9 กองทุน มูลค่าตลาดรวม 4.07 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 3.1% ของดัชนี SET Index โดยอัตราการจ่ายเงินปันผลของกองทุนยังน่าสนใจ เนื่องจากสภาพคล่องในระบบอยู่ในระดับสูงและอัตราดอกเบี้ยทรงตัวในระดับต่ำ
ด้านตลาดกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ รีทส์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการลงทุนทั้งสภาพคล่องและการกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ รวมทั้งแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะช่วยให้กองทุนและรีทส์มีความสามารถในการสร้างรายได้ที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนอื่นๆ ได้แก่ กลุ่มศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้ามีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เออีซี รวมถึงการเข้าสู่สังคมเมือง ส่วนอัตราค่าเช่าเฉลี่ยของตลาดอาคารสำนักงานปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจุบันพื้นที่สำนักงานมีไม่มากและพื้นที่ที่กำหนดเสร็จในปี 2559-2560 ก็ไม่มาก
สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มดีขึ้นตามการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยในระดับ 10% ต่อปี ในอีก 3 ปีข้างหน้า ส่งผลดีต่อกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับโรงแรม สนามบิน และระบบขนส่งมวลชน รวมถึงนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของภาครัฐที่สนับสนุนให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะการผลิตของนักลงทุนต่างชาติจะส่งผลดีต่อโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า







