posttoday
สินเชื่อเอสเอ็มอีปรอทแตก

สินเชื่อเอสเอ็มอีปรอทแตก

04 สิงหาคม 2553

ตลาดสินเชื่อสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีทะลุจุดเดือดขึ้นมาอีกรอบ หลังจากระบบธนาคารพาณิชย์กระหน่ำออกผลิตภัณฑ์แปลกใหม่ ลูกเล่นแพรวพราว ทั้งวงเงินกู้มากขึ้น ผ่อนยาว เลือกระยะเวลาผ่อนได้ อนุมัติเร็ว ดอกเบี้ยหลากรูปแบบ จนในที่สุดนำมาสู่สงครามราคา

ก่อนหน้านี้ เจ้าตลาดคือธนาคารกสิกรไทยที่ขยันยิงแคมเปญรายวันเป็นเจ้าแห่งผลิตภัณฑ์ มาวันนี้ธนาคารทหารไทยทำคะแนนตีตื้นด้วยสไตล์ที่เน้นฉีกตลาด ด้วยสินเชื่อ 3 เท่าของหลักประกันและโอดีไม่มีหลักประกัน

ไล่หลังเล็กน้อยธนาคารกรุงศรีอยุธยาเอาใจลูกค้าด้วยสินเชื่อที่ผ่อนแล้วขอกู้ใหม่ได้ต่อรองขอลดค่างวดผ่อนได้ หากเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันจนกระทบยอดขายก็ให้ขอพักเงินต้นได้

ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ตื่นจากหลับใหล ประกาศความพร้อมด้วยสินเชื่อ 3 เท่าของหลักประกัน และเกทับเพื่อนร่วมวงการด้วยดอกเบี้ยคงที่นาน 3 ปี

ศิริชัย สมบัติศิริ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า สินเชื่อเอสเอ็มอี 3 เท่า ด้วยดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี เป็นอัตราคงที่นานที่สุดสำหรับเอสเอ็มอีที่มีในตลาดตอนนี้ เพราะก่อนหน้านี้มีเพียงดอกเบี้ยคงที่ 11.5 ปีเท่านั้น ถือเป็นการรองรับวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น และทำให้ผู้ประกอบการไม่ต้องเป็นกังวลกับต้นทุนในอนาคต

ศิริชัย คุยว่าหลังจากออกผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพียง 1 เดือน มีลูกค้าขอสินเชื่อเข้ามาแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท คาดว่าเงินที่เตรียมไว้ 5,000 ล้านบาท จะครบกำหนดในเวลาไม่ช้า

แต่หากหมดก็จะจัดวงเงินก้อนใหม่ออกมาอีก ส่วนอัตราดอกเบี้ยคงต้องทบทวนอีกครั้ง

เพราะธนาคารต้องการเป็น 1 ใน 3 อันดับแรกของสินเชื่อเอสเอ็มอี ด้วยยอดสินเชื่อคงค้าง 3 แสนล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้า จากยอดสินเชื่อคงค้างสิ้นปีนี้ที่ 1.5 แสนล้านบาท

“การแข่งขันรุนแรงมาตลอดอยู่แล้ว แต่การที่ธนาคารไทยพาณิชย์บุกตลาดครั้งนี้ ก็อาจทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้นไปอีก” ศิริชัย กล่าว

ไตรรงค์ บุตรากาศ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์และผลิตภัณฑ์ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี มีให้เลือก 2 แบบ คือ แบบขั้นบันได ปีแรก 5% ปีสอง 6% และปีสาม 7% หรือแบบเท่ากันที่ 6% ใน 3 ปีแรก หลังจากนั้นทั้งสองแบบจะคิดดอกเบี้ยลอยตัวแล้วแต่ความเสี่ยงลูกค้า ซึ่งในช่วงดอกเบี้ยลอยตัวธนาคารไม่ได้คิดดอกเบี้ยแพงขึ้นเพื่อมาชดเชยดอกเบี้ยช่วงคงที่แต่อย่างใด

ช่วงดอกเบี้ยในช่วงขาขึ้น ไม่ว่าจะขึ้นช้าหรือขึ้นเร็ว ลูกค้าก็ยังคุ้ม เพราะยังถูกกว่าดอกเบี้ยในตลาดตอนนี้ที่อยู่ MLR+1% ถึง 2% หรือเท่ากับ 78% หรือถ้าเสี่ยงมากดอกเบี้ยอาจอยู่ราวๆ 810% ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ นี้เรียกว่าปิดประตูขาดทุนของลูกค้าได้เลย

ส่วนต้นทุนเป็นภาระที่ธนาคารต้องไปบริหารจัดการเองหลังบ้าน

ขณะที่ ปิยะ ซอโสตถิกุล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ดอกเบี้ยคงที่เป็นทางเลือกหนึ่งของลูกค้า เพราะแนวโน้มดอกเบี้ยปรับขึ้นแน่นอน สำหรับธนาคารแม้ไม่ได้ออกผลิตภัณฑ์แต่สินเชื่อที่อนุมัติให้ลูกค้ามีความยืดหยุ่นอยู่แล้ว ทั้งวงเงินปล่อยกู้ 23 เท่าของหลักประกัน รวมถึงดอกเบี้ยที่มีตั้งแต่เอ้มแอลอาร์ไปถึง เอ็มแอลอาร์+1% หรือ 2%

ด้าน สยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ลูกค้าบางรายอาจสบายใจกับดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี แต่ก็มีบางรายนิยมดอกเบี้ยคงที่เพียง 1 ปี เพราะอาจไม่มั่นใจว่าทิศทางดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้นไปถึง 3 ปีหรือไม่ อีกทั้งไม่มั่นใจว่าทางการจะปล่อยให้ดอกเบี้ยปรับขึ้นนานขนาดนั้น และปกติแล้ว ลูกค้าขอแปลงดอกเบี้ยลอยตัวให้เป็นดอกเบี้ยแบบคงที่ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ขณะนี้ยังถือว่าไม่จำเป็น

“แข่งขันกันแบบนี้ดีนะ ลูกค้าได้ประโยชน์ จากนี้ไปรับรองแข่งขันกันสนุกแน่นอน” นายสยาม กล่าว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่