posttoday
สงกรานต์ปีนี้ ไม่กินไม่เที่ยว ไม่ได้แล้ว

สงกรานต์ปีนี้ ไม่กินไม่เที่ยว ไม่ได้แล้ว

07 เมษายน 2559

โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP

โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP

ในที่สุดพวกเราก็ได้เฮกันถ้วนหน้ากับมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์และการท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ ครม.เพิ่งอนุมัติปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็น

1.มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ : บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปในช่วงสงกรานต์มาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท โดยมีเงื่อนไขดังนี้

1.1 ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปเพื่อเป็นค่าอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ร้านอาหาร ภัตตาคาร หรือโรงแรม/ค่าบริการสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว/ค่าที่พักในโรงแรม

1.2 ต้องซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT

1.3 ต้องชำระค่าสินค้าหรือบริการระหว่างวันที่ 9-17 เม.ย. 2559

1.4 ต้องมีหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป

1.5 แต่ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์ ไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนดังกล่าวได้

2.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทยสำหรับปี 2559

2.1 กรณีบุคคลธรรมดาสามารถนำค่าบริการในการซื้อโปรแกรมการท่องเที่ยวภายในประเทศที่จ่ายให้แก่ธุรกิจนำเที่ยว/ค่าที่พักในโรงแรม มาลดหย่อนภาษีได้รวมทั้งหมดไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท เฉพาะที่จ่ายไประหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2559 -31 ธ.ค. 2559

2.2 กรณีนิติบุคคลสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่จัดให้แก่ลูกจ้างมาหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง เฉพาะที่จ่ายไประหว่างวันที่
1 ม.ค. 2559-31 ธ.ค. 2559

สรุปตามกฎหมาย

ถ้าจะกิน ต้องกินในช่วงสงกรานต์ถึงได้ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท

ถ้าเที่ยวนอกช่วงสงกรานต์ จะลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท

ถ้าเที่ยวช่วงสงกรานต์อย่างเดียว จะลดหย่อนภาษีจากมาตรการสงกรานต์ได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท รวมกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวอีกไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท รวมไม่เกิน 3 หมื่นบาท

แต่ที่ต้องระวังสำหรับค่าเที่ยวก็คือ ต้องเป็นค่าใช้จ่ายจากการจ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือที่ได้จ่าย เป็นค่าที่พักในโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ดังนั้นค่าตั๋วรถทัวร์ ตั๋วเครื่องบินที่เราซื้อเอง ค่ารถเช่า ฯลฯ ลดหย่อนไม่ได้ เว้นแต่รวมอยู่ในแพ็กเกจทัวร์ หรือถ้าเราจองโรงแรมผ่านออนไลน์อย่าง Agoda ก็ลดหย่อนไม่ได้ เพราะ Agoda ไม่ได้จดทะเบียนในไทย และเราก็ไม่สามารถขอใบเสร็จจากโรงแรมที่เราจองผ่าน  Agoda ได้ เพราะเราจ่ายเงินให้ Agoda ไม่ได้จ่ายเงินให้โรงแรม สรุปง่ายๆ ถ้าหวังสิทธิประโยชน์ภาษีให้จองกับโรงแรมโดยตรง

อีกเรื่องที่หลายคนสงสัย คือกรณีเราเที่ยวกันทั้งครอบครัว บางทีใบเสร็จออกมาเป็นชื่อสามีและภรรยา จะหักลดหย่อนยังไง หักลดหย่อนอย่างนี้ครับ

หากสามีหรือภรรยามีเงินได้เพียงฝ่ายเดียวให้ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเฉพาะสามีหรือภรรยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้

หากสามีภรรยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ และในใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีระบุผู้จ่ายเงินเป็นทั้งสามีและภรรยาให้ใช้หลักเกณฑ์

1.ถ้าสามีภรรยาต่างฝ่ายต่างแยกยื่นแบบ ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 1.5 หมื่นบาท

2.ถ้าสามีภรรยาแยกยื่นแบบ เฉพาะเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งเป็นเงินได้ประเภทเงินเดือน ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนภาษีของตนเองได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 1.5 หมื่นบาท

3.ถ้าสามีภรรยาตกลงยื่นแบบและเสียภาษีรวมกัน ให้หักลดหย่อนภาษีได้ทั้งสองฝ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 1.5 หมื่นบาท

แต่ถ้าจะให้ดี แยกใบเสร็จเป็นของใครของมันเลยดีกว่า ต่างคนต่างยื่นภาษี จะได้ไม่ยุ่งยาก

รู้อย่างนี้แล้ว ใครไม่เที่ยวคงน่าเสียดายแย่ เที่ยวเมืองไทยกันเถอะครับ นอกจากได้พักผ่อนแล้ว กรมสรรพากรยังมาช่วยจ่ายค่าเที่ยวให้ด้วย แถมเรายังช่วยเศรษฐกิจของชาติด้วยอีกครับ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่