
หุ้นเช้า 7 เม.ย.ปิด เพิ่มขึ้น 3.14 จุด
ดัชนีหุ้นไทยปิดทำการครึ่งวันเช้าวันที่ 7 เม.ย. ที่ระดับ 1,376.73 จุดเพิ่มขึ้น 3.14 จุดมูลค่าการซื้อขาย 22,726.68 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยปิดทำการครึ่งวันเช้าวันที่ 7 เม.ย. ที่ระดับ 1,376.73 จุดเพิ่มขึ้น 3.14 จุดมูลค่าการซื้อขาย 22,726.68 ล้านบาท
ทั้งนี้ 5อันดับแรกที่มูลค่าการซื้อขายสูงสุด
ADVANC ปิด 159 บาทลดลง -4 บาท
JAS ปิด 3.64 บาทเพิ่มขึ้น +0.12 บาท
AOT ปิด 386 บาทลดลง -2 บาท
KBANK <XD> ปิด158.50บาทลดลง 1.50บาท
INTUCH <XD> ปิด 54 บาทลดลง -1.25 บาท
นักวิเคราะห์บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย)กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยดีดตัวขึ้นตามตลาดหุ้น หุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น จากราคาน้ํามันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นกว่า 5% จากสองปัจจัย คือ รายงานสต็อกน้ํามันดิบของสหรัฐที่ลดลงแสดงถึงอุปทานที่ลดน้อยลง และการที่คูเวตออกมาคาดการณ์ว่าในการประชุมของกลุ่ม OPEC ในวันที่ 17 นี้น่าจะเกิดความร่วมมือลดปริมาณการผลิตได่อีกทั้งยังกล่าวว่าแม้อิหร่านจะเร่งผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น แต่ยังคงหาตลาดมารองรับไม่ได้เท่าปริมาณที่ผลิตจึงยังไม่น่าเป็นกังวล เท่าที่ควร ซึ่งเป็นผลบวกต่อราคาน้ำมัน
อย่างไรก็ดียังคงน่าจับตาการประชุมต่อไปทางฝ่าย คาดว่าไม่น่าจะเกิดความร่วมมือในการลดการผลิตได้แต่ราคาน้้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นบวกในระยะสั้นส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงาน (PTT, PTTEP) ทางฝ่ายคาดตลาดหุ้นไทยยังคงมีแรงขายกดดันต่อเนื่องจากกลุ่มสื่อสารในเรื่อง 4G ที่ ยังไม่มีความชัดเจน และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ประกาศลดดอกเบี้ย MLR ลงเองจาก ที่ปกติแล้วจะปรับลดดอกเบี้ยตามแบงก์ชาติและหากยังไม่มีการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามมา จะส่งผลให้ประมาณการกําไรลดลง ซึ่งสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางอย่างไรก็ดีจะได้กลุ่มพลังงานมาช่วยพยุงดัชนีจึงมีโอกาสเห็นการดีดตัวระยะสั้นก่อนย่อตัวลงต่อแต่เชื่อวันนี้ Downside ไม่แรงนักให้กรอบ 1360-1380 ประเมินจุดเข้าซื้อที่ Fwd P/E59 ที่ 14.6 เท่า หรือ1365 จุด
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น ทยอยเข้าซื้อที่ประมาณ 1,365 จุดอิงกลุ่มหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขณะถือพอร์ตระหว่าง 40- 60%







