
7องค์กรตลาดทุนต้านคลัง
7 องค์กรธุรกิจตลาดทุนค้านรัฐเป็นเจ้าของ ตลท. ทำให้ขีดความสามารถแข่งขันลดลง คาด เม.ย.นี้ได้ข้อสรุป
7 องค์กรธุรกิจตลาดทุนค้านรัฐเป็นเจ้าของ ตลท. ทำให้ขีดความสามารถแข่งขันลดลง คาด เม.ย.นี้ได้ข้อสรุป
วันที่ 4 เม.ย. 2559 ที่ผ่านมา 7 องค์กรที่เป็นสมาชิกของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ได้แก่ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แถลงไม่เห็นด้วยเรื่องการเปลี่ยนเจ้าของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายหลังจากที่มีข่าวว่ากระทรวงการคลังจะมาเป็นเจ้าของตลาดหลักทรัพย์ฯ
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทยและนายกสมาคม บลจ. เปิดเผยว่า FETCO รับฟังนโยบายของรัฐและไม่ได้ต่อต้าน เพียงแต่สิ่งที่กังวล คือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีความสามารถในการแข่งขันกับคนอื่นลดลง ต้องมองไปข้างหน้า ไม่ใช่รัฐบาลนี้ และถ้ารัฐต้องการเม็ดเงินสำหรับการลงทุนในประเทศ เบื้องต้นคาดว่าทางตลาดหลักทรัพย์ฯ และสมาชิก คือ บริษัทหลักทรัพย์ฯ ที่ช่วยก่อตั้งกันมา ก็พร้อมที่จะคืนเงินให้กับรัฐและประชาชนด้วยการจ่ายเงินภาษีนิติบุคคล แต่ต้องจ่ายจากผลประกอบการในอนาคต ไม่มีผลย้อนหลัง เนื่องจากกำไรที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ นำไปพัฒนาและ
ส่งเสริมตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง
“หากจะนำเงินจากกองทุนตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีกว่า 2.2 หมื่นล้านบาทไป ก็ต้องมาหารือพร้อมกับสมาชิกที่มีส่วนในเงินที่ช่วยจัดตั้งกันขึ้นมา ถ้านำไปช่วยเหลือประชาชนก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องดูว่าจะมีความเป็นไปได้ขนาดไหน ปัจจุบันในแต่ละปีตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องมีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับให้ความรู้ การพัฒนาอุตสาหกรรม และใช้วงสำหรับเน็ตเซตเทิลเมนต์กว่า 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าภายในเดือน เม.ย. คงจะได้ข้อสรุปเรื่องความเป็นเจ้าของ” นางวรวรรณ กล่าว
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีเจ้าของที่ชัดเจน เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะมีผู้ผลักดันให้ตลาดทุนมีการพัฒนามากขึ้น หากโบรกเกอร์จะเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยก็เป็นเงื่อนไขที่ยอมรับได้ แต่ยังต้องการตำแหน่งกรรมการของ ตลท.ไว้เท่าเดิม 4 ที่จากทั้งหมด 11 ที่ เพราะเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการกำหนดทิศทางนโยบาย
ปัจจุบันโบรกเกอร์มีบทบาทตัวกลางหลายหน้าที่เกี่ยวข้องกับ ตลท.นอกจากการซื้อขายหุ้น อาทิ การหาบริษัทเข้าจดทะเบียน การดูแลผู้แนะนำการลงทุน รวมถึงการพัฒนาตลาดทุน หากรัฐบาลต้องการให้ ตลท.มีบทบาทพัฒนาประเทศให้มากขึ้นก็สามารถทำได้ อาทิ การระดมทุนให้กับบริษัทขนาดเล็กหรือกลุ่มอื่น เช่น กลุ่มสตาร์ทอัพเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินของประชาชน







