
สินเชื่อโตน้อยเงินฝากขยายเพิ่ม สภาพคล่อง 'ก.พ.' ผ่อนคลาย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่อง ของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2559 จากรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน (ธ.พ.1.1) พบว่าสินเชื่อเดือน ก.พ. ยังคงได้รับแรงกดดันจากการชำระคืนสินเชื่อ ขณะที่เงินฝากปรับตัวเพิ่มขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่อง ของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2559 จากรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน (ธ.พ.1.1) พบว่าสินเชื่อเดือน ก.พ. ยังคงได้รับแรงกดดันจากการชำระคืนสินเชื่อ ขณะที่เงินฝากปรับตัวเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ เงินให้สินเชื่อสุทธิขยับขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 10.42 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.15 พันล้านบาท จากเดือนก่อนหน้า คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 3.40% ชะลอลงเมื่อเทียบกับในเดือนก่อนที่ขยายตัว 3.88% ซึ่งภาพรวมของสินเชื่อในเดือน ก.พ. ยังคงได้รับแรงกดดันจากการชำระคืนสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อรายย่อย โดยแรงฉุดมาจากกลุ่มของธนาคารขนาดใหญ่ซึ่งสินเชื่อหดตัวลงจากเดือนก่อน จากการชำระคืนสินเชื่อของผู้ประกอบการรายใหญ่ ขณะที่สินเชื่อกลุ่มธนาคารขนาดกลางและเล็กยังประคองการขยายตัวเทียบเดือนต่อเดือนไว้ได้ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการชำระคืนสินเชื่อเช่าซื้อก็ตาม
ด้านเงินฝากปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยแตะระดับ 11.17 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.87 หมื่นล้านบาทจากเดือนก่อน คิดเป็นอัตราการเติบโต 1.18% ใกล้เคียงกับการเติบโตในเดือนก่อนหน้าจากการเพิ่มขึ้นของเงินฝากในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่และกลาง ซึ่งการขยับขึ้นของเงินฝาก ส่วนใหญ่เป็นการไหลเข้าในเงินฝากออมทรัพย์จากความต้องการพักเงินของลูกค้า โดยธนาคารยังคงไม่ได้ออกแคมเปญใหม่เพื่อรองรับการครบกำหนดของเงินฝากประจำ
เครื่องชี้สภาพคล่อง...ค่อนข้างผ่อนคลายจากเดือนก่อนหน้า
สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์เดือน ก.พ. 2559 ค่อนข้างผ่อนคลายจากเดือนก่อน สอดคล้องกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของเงินฝาก ขณะที่สินเชื่อยังเติบโตในระดับจำกัด โดยสัดส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) อยู่ที่ระดับ 90.59% เทียบกับระดับ 90.82% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่สัดส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องต่อสินทรัพย์รวม ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 20.34% จากระดับ 19.97% ในเดือน ม.ค.
ทิศทางสินเชื่อไตรมาส 2/2559 ...คาดว่าจะเติบโตขึ้นกว่าไตรมาสก่อน ขณะที่สภาพคล่องมีแนวโน้มตึงตัวขึ้น แนวโน้มสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ช่วงไตรมาส 2/2559 คาดว่าจะมีโมเมนตัมการขยายตัวที่ดีขึ้นกว่าไตรมาสแรกซึ่งได้รับแรงกดดันจากปัจจัยทางฤดูกาลในเรื่องการชำระคืนสินเชื่อของภาคธุรกิจและรายย่อย
การขยายตัวของสินเชื่อน่าจะได้รับแรงหนุนจาก 1) สินเชื่อธุรกิจ คาดว่าจะได้รับผลบวกจากความก้าวหน้าในการเร่งขับเคลื่อนโครงการลงทุนต่างๆ ของภาครัฐ และการทยอยเบิกใช้ซอฟต์โลนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งสินเชื่อเพื่อการลงทุนระยะยาว และสินเชื่อเพื่อเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง และ 2) สินเชื่อรายย่อย คาดว่า ความต้องการสินเชื่อบัตรเครดิตคงเพิ่มขึ้นตามความต้องการจับจ่ายใช้สอยเพื่อท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวในเดือน เม.ย-พ.ค. ประกอบกับความต้องการใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัย คงยังได้รับอานิสงส์บางส่วนจากการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยก่อนมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่จะสิ้นสุดลงในเดือน เม.ย. ส่วนมาตรการบ้านประชารัฐคงจะมีผลต่อการเติบโตของสินเชื่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ร่วมโครงการ
ส่วนทิศทางเงินฝากในช่วงไตรมาส 2/2559 นี้ คาดว่าความต้องการใช้เงินจากปัจจัยฤดูกาลในช่วงวันหยุดเทศกาล และในช่วงเปิดเทอม คงจะส่งผลให้เงินฝากมีทิศทางที่ปรับตัวลดลงจากไตรมาสแรก ทั้งนี้ คาดว่าธนาคารส่วนใหญ่ยังคงใช้กลยุทธ์บริหารต้นทุนดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อประคองความสามารถทำกำไร โดยประคองการเติบโตของเงินฝากให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับสินเชื่อ ดังนั้น การออกแคมเปญเงินฝากพิเศษ จึงน่าจะมุ่งไปที่การชดเชยแคมเปญเงินฝากประจำเดิมที่ครบกำหนดเพื่อรักษาสภาพคล่องไว้กับธนาคารมากกว่าการชิงส่วนแบ่งตลาดลูกค้าใหม่ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วคงทำให้ภาพรวมสภาพคล่องในไตรมาส 2/2559 อาจมีทิศทางที่ตึงตัวขึ้นกว่าไตรมาส 1/2559







