
ยุบพนักงานสอบสวน
ตำรวจซึ่งเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แบ่งการทำงานออกเป็น 6 สายงาน คือ 1.ป้องกันและปราบปราม 2.สืบสวน 3.จราจร 4.อำนวยการหรือธุรการ 5.หน่วยปฏิบัติการพิเศษ 6.พนักงานสอบสวน ทุกตำแหน่งที่กล่าวมานี้มีหน้าที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง คือ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั่วราชอาณาจักรหากพบการกระทำความผิดซึ่งหน้า
ตำรวจซึ่งเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แบ่งการทำงานออกเป็น 6 สายงาน คือ 1.ป้องกันและปราบปราม 2.สืบสวน 3.จราจร 4.อำนวยการหรือธุรการ 5.หน่วยปฏิบัติการพิเศษ 6.พนักงานสอบสวน ทุกตำแหน่งที่กล่าวมานี้มีหน้าที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง คือ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั่วราชอาณาจักรหากพบการกระทำความผิดซึ่งหน้า
แต่ตำแหน่งพนักงานสอบสวนกำลังจะกลายเป็นอดีตเมื่อนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2557 (ชั่วคราว) ลงนามคำสั่งที่ 6/2559 และ 7/2559 เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2559 ยุบเลิกตำแหน่งและเงินประจำตำแหน่งพนักงานสอบสวน และกำหนดปรับตำแหน่งงานสอบสวนตำรวจใหม่ ภายในระยะเวลา 90 วัน เพื่อความเหมาะสม ซึ่งในปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีพนักงานสอบสวนทั่วประเทศกว่า 1 หมื่นคน
ข่าวการยุบตำแหน่งพนักงานสอบสวนอาจสร้างความสับสนขึ้นได้ บางคนเข้าใจว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่มีตำแหน่งนี้อีกต่อไป แต่เรื่องนี้เพียงแค่ยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน ปรับระบบการทำงาน ส่วนงานด้านสอบสวนยังคงอยู่ตามปกติ เงินประจำตำแหน่งยังคงได้ตามเดิม ที่อาจเปลี่ยนแปลง คือพนักงานสอบสวนระดับผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประมาณ 700 คน เงินประจำตำแหน่งจำนวน 2.08 หมื่นบาท อาจไม่ได้ตามเดิม หากถูกย้ายโอนไปเป็นผู้กำกับการ (นิติกร) ซึ่งมีเงินประจำตำแหน่งน้อยกว่า แต่เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนแต่อย่างใด
ในส่วนของพนักงานสอบสวนระดับชำนาญการ ยังคงได้เงินประจำตำแหน่งตามปกติกระทั่งมีข่าวออกมาว่า พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษสถานีตำรวจนครบาลเทียนทะเล ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเลขาธิการสหพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งชาติผูกคอตาย เกี่ยวกับการยกเลิกเงิน
ประจำตำแหน่ง เงินประจำตำแหน่งย่อมมีความสำคัญกับคนทำงานในระดับปฏิบัติการ จากที่เคยได้ในอัตราเดิม หากมีการเปลี่ยนแปลงลดลง ย่อมส่งผลกระทบทำให้มีภาระเพิ่มขึ้น เพราะตำรวจบางนายมีภาระทางครอบครัว
การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับตำแหน่งพนักงานสอบสวนคราวนี้ เหตุผลเพื่อความก้าวหน้าของผู้ที่ปฏิบัติงานด้านสอบสวน การบริหารภายในเพื่อให้ตำรวจเป็นเนื้อเดียวกัน เพราะพนักงานสอบสวนจะเป็นเอกเทศจากสายงานอื่นๆ แต่เดิมพนักงานสอบสวนจะเติบโตในสายงานของตนเองไม่ข้ามสายงาน จนดูเหมือนว่าเติบโตเร็ว การเลื่อนตำแหน่งใช้หลักเกณฑ์ประเมินคุณภาพงาน ปริมาณสำนวนคดีีเป็นหลัก
คำสั่ง คสช.ล่าสุดนี้ไม่ได้ยุบงานด้านสอบสวนตามที่หลายๆ คนเข้าใจ เพียงแต่การเติบโตเลื่อนขั้นของพนักงานสอบสวนจากนี้ไปจะไม่ได้มีเฉพาะในสายงานของตน แต่ไปรวมกับสายงานอื่นๆ เป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งจะทำให้พนักงานสอบสวนไม่เลื่อนขั้นเร็วเหมือนก่อน
สิ่งที่ควรพิจารณา คือ บางครั้งพนักงานสอบสวนต้องออกค่าใช้จ่ายเองในการติดตามพยาน หรือการอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์ขึ้น ซึ่งหากยกเลิกเงินประจำตำแหน่งในส่วนนี้ก็ต้องมีภาระเพิ่มขึ้น จึงเป็นข่าวเป็นคราวมีการรวมตัวกันประท้วงของสหพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งชาติ
การเปลี่ยนแปลงในวงการตำรวจอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวอีกระยะจึงจะเห็นข้อดีข้อเสียที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจน







