posttoday
CDEA กับโมเดลเรียนฟรี

CDEA กับโมเดลเรียนฟรี

23 มีนาคม 2559

สมัยสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย ผมจัดสัมมนามาเป็นร้อยๆ ครั้ง สิ่งที่น่าเบื่อที่สุดในการจัดสัมมนาคือ การเรียกประชุมนัดหมายเพื่อจัดการกับงบประมาณ หรือในภาษาง่ายๆ เรียกกันว่า “การเคลียร์บิล” ค่าใช้จ่ายต่างๆ แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในอดีตผมได้มีโอกาสร่วมงานสัมมนาอยู่ครั้งหนึ่งซึ่งไม่ใช้งบประมาณในการจัดงานเลย เมื่อถึงเวลาเสร็จงานปรากฏว่า ฝ่ายบัญชีไม่สามารถบันทึกบัญชีใดๆ ได้ เพราะรายการบัญชีค่าใช่จ่ายเท่ากับ “ศูนย์บาท” ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะมีการจัดสัมมนาแบบที่ผมฝันไว้ว่าจะไม่ใช้งบประมาณ

สมัยสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย ผมจัดสัมมนามาเป็นร้อยๆ ครั้ง สิ่งที่น่าเบื่อที่สุดในการจัดสัมมนาคือ การเรียกประชุมนัดหมายเพื่อจัดการกับงบประมาณ หรือในภาษาง่ายๆ เรียกกันว่า “การเคลียร์บิล” ค่าใช้จ่ายต่างๆ แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในอดีตผมได้มีโอกาสร่วมงานสัมมนาอยู่ครั้งหนึ่งซึ่งไม่ใช้งบประมาณในการจัดงานเลย เมื่อถึงเวลาเสร็จงานปรากฏว่า ฝ่ายบัญชีไม่สามารถบันทึกบัญชีใดๆ ได้ เพราะรายการบัญชีค่าใช่จ่ายเท่ากับ “ศูนย์บาท” ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะมีการจัดสัมมนาแบบที่ผมฝันไว้ว่าจะไม่ใช้งบประมาณ

สัมมนานั้นคือ “จิตเมตตา ชีวาเป็นสุข” ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นการสัมมนาเกี่ยวกับจิตวิญญาณและความสุขโดยไม่ใช้เงินใดๆ แม้แต่งบประมาณอาหารกลางวันที่ต้องจัดเลี้ยงแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาก็ไม่เสียเงิน เพราะมีโรงทานมาจากทั่วสารทิศ ภาชนะที่ใช้มีเพียงใบตองห่อข้าวหรือผู้เข้าร่วมสัมมนานำมาจากบ้านเอง วิทยากรก็จิตอาสามากันฟรี เช่น ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา, ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ ต่างก็มาบรรยายเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่เหล่าผู้ใจบุญทั้งสิ้น นับว่าเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่ไม่เอาเงินเป็นตัวตั้ง แต่มีจิตวิญญาณและความปรารถนาต้องการให้ประโยชน์แก่ผู้ฟังมากที่สุด เพราะค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในการสัมมนาคือค่าอาหารการกิน ค่าวิทยากรและค่าเดินทางที่พักซึ่งบางครั้งก็มากมายเกินความจำเป็น

ผ่านมากว่า 20 ปี กาลเวลาได้พาผมมาพบกับ Platform แบบในอดีต เมื่อได้เป็นที่ปรึกษาแก่กลุ่ม “Creative Digital Edutainment Academy : CDEA” เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มงานที่ปรารถนาจะให้คนเชียงใหม่และทั่วภาคเหนือ เป็นสถาบันอบรมให้ความรู้แก่ผู้คน ให้มีโอกาสเรียนรู้เทคโนโลยีการสื่อสารด้วยดิจิทัลใหม่ๆ ในรูปแบบที่สนุกสนาน เพื่อการประกอบอาชีพและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ โดยอาศัยความร่วมมือกันที่เรียกว่า Collaborative Learning ของบรรดา Special Partner เจ้าของ Platform ใหญ่ๆ เช่น Facebook, Instagram, LINE, Payment Solution ต่างๆ เครือข่ายผู้สื่อสาร เครือข่ายธนาคาร เครือข่าย Education ต่างๆ ในประเทศไทยในการเอื้อเฟื้อทางด้านความรู้และทีมวิทยากร ประกอบกับเครือข่ายผู้สนับสนุนต่างๆ มากมาย เช่น การสนับสนุนเอื้อเฟื้อสถานที่ การเอื้อเฟื้อด้านอาหารว่าง โดยให้ผู้ที่สนใจ ผู้ประกอบการ ตลอดจนนักเรียน นักศึกษาสามารถเข้ารับการอบรม ในโมเดล “เรียนฟรี” โดย CDEA ได้ License รับอนุญาตให้เป็นผู้สอนจากเจ้าของ Platform เหล่านั้น โดยใช้ความสามารถในการดีล Partner มาให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จำเป็นในการจัดสัมมนา นับว่าเป็นโมเดลฟรีที่มีประโยชน์ต่อประชาชนในท้องถิ่นอย่างยิ่ง

ต้องมีคำถามแน่ๆ ว่าแล้วงานนี้ใครได้อะไรเป็นการตอบแทน โมเดลธุรกิจแบบนี้จัดเป็นองค์กรเพื่อสังคม (Social Enterprise) ซึ่งเป็น Platform ที่ Win-Win ทุกฝ่าย ทางผู้สนับสนุนองค์ความรู้เช่น Facebook หรือ LINE ต่างก็ได้สมาชิกจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้น เพราะผู้ใช้มั่นใจมากขึ้น ฝ่าย Payment Solution หรือธนาคารก็ได้เปิดตัวความสามารถในการรับชำระเงินในรูปแบบต่างๆ ผู้สนับสนุนอื่นๆ ก็ได้พื้นที่โฆษณาแก่ผู้ประกอบการ ผู้จัดก็ได้รับเครดิตและการยอมรับในสังคมเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในวงการการศึกษา ส่วนผู้ที่ได้ประโยชน์ยิ่งก็คือ ผู้เข้ารับการอบรมทั้งหมดที่ต่างก็เข้ามารับการอบรมภาคปฏิบัติที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนถึงคำว่า “ฟรี” ใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งนับได้ว่าเป็นโมเดลการศึกษาแนวใหม่ในการให้ความรู้ผ่านวิทยากรที่ร่วมกันถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์อันมีคุณค่าจากความทุ่มเทของกลุ่ม CDEA ทีมโดยไม่มีผลตอบแทนเป็นตัวตั้งอย่างในอดีต

การจะเป็นองค์กรกิจการเพื่อสังคมด้วยโมเดลการให้โดยไม่หวังผลตอบแทนนั้น จะทำให้ผู้คนจดจำแบรนด์ได้เร็วและง่ายต่อการเข้าถึงด้วยเทคโนโลยีในการติดต่อสื่อสารทุกๆ Platform ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารผ่าน Line@, Facebook Ads ฯลฯ เมื่อถึงวันหนึ่งวันที่ผู้คนเห็นคุณค่าของแบรนด์เนื่องจากการเป็นผู้ให้มาโดยตลอด ลูกค้าจะให้โดยไม่ต้องร้องขอและไม่ต่อรองอีกต่อไป นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่กล้าหาญในการสร้างศรัทธาด้วยการให้ความรู้แก่ประชาชน ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจแนวใหม่ที่ Startup ได้อย่างประสบความสำเร็จในท้องถิ่น

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่