
ใช้ชีวิตและลงทุนผ่านปีชง ไม่ชง ฉันไม่ชง
โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม
โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม
ผมเกิดปีลิง เขาว่ากันว่า ปี 2558 ผมเข้าปีชง ...เฮ้ย!! เอาแล้วซิ ...ว่าแล้วก็เริ่มมองไปรอบๆ พอเกิดอะไรไม่ดีปั๊บ ก็นั่นเลย ...นั่นไงๆ เห็นไหมล่ะบอกแล้ว ปีนี้ชง ...เดี๋ยวนะ ไม่ได้จะเอามาท้าทายความเชื่อใคร แต่มันเป็นข้อสังเกตเล็กๆ ของตัวผมเอง
จะว่าไปแล้วสมัยเด็กๆ ผมชอบดูดวงมาก ...เคยครั้งนึงดูตอนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นผมทำ “ขายตรง” หมอดูก็ถามว่า นี่เริ่มหาเงินเองได้แล้ว ... “เฮ้ย!! แม่น รู้ได้ไงหว่าว่าเราเริ่มหาเงินเองได้แล้ว” ...ผมเลยถามต่อว่า ธุรกิจที่ทำนี่จะรวยไหม (อ่ะนะ ...เรียนยังไม่ทันจบเลย ผ่าไปคิดว่าจะรวยแล้ว ...โถๆๆๆ ภาววิทย์ เด็กน้อยเอ๋ย)
ตอนนั้นหมอดูก็ตอบว่า “ดีมาก” จะรวยมากๆ ...เฮ้ย!! ใจผมพองโจมาก ก็แถมเงินค่าดูให้หมอดูไปเยอะเหมือนกัน ฐานะสร้างแรงบันดาลใจ ...หลังจากนั้นผมตัดสินใจลุยขายตรงอย่างหนักขึ้น ...จนมาพบว่า สุดท้ายขายตรงที่ทำอยู่ มันเป็นแชร์ลูกโซ่มาจากต่างประเทศ ...แป่ว แป่ว แป่ว -- อะไรวะ “ไหนว่าดีไง ทุ่มซะการเรียนแย่เลย ...แชร์ลูกโซ่ ...บ้าเอ้ย!!”
หลังจากเสียเงินเก็บมาทั้งชีวิตเด็กน้อย ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนหมอดูใหม่ ...เพราะมันสรุปง่ายๆ ว่า หมอดูคนก่อนไม่แม่นแล้ว ...ต้องหาหมอดูคนใหม่ ซึ่งต้องมีสักคนวะที่แม่นในที่สุด
วันนั้นเดินออกมาจากมหาวิทยาลัยมาตรงท่าพระจันทร์ ก็มีแผงหมอดู “เขาเขียนว่าแม่นที่สุดในโลก” ...โอ้โห!! สงสัยจะขลังจริง ถึงขนาดเขียนป้ายบอกว่าแม่นที่สุดในโลก ...งั้นต้องลอง ผมตัดสินใจนั่งยองๆ ดูดวง ...พ่อหมอจัดมา
พ่อหมอนี่ยังไม่ทันดูมือเลย นั่งจ้องหน้าก่อนเลย ...แล้วก็เริ่มเลย “นี่ใช้เงินเก่ง เก็บเงินไม่อยู่นะนี่ (ก็เอาเงินมาดูหมดนี่ไงฟระ) แล้วนี่ คิ้วติดกัน เป็นคนเจ้าชู้ (เฮ้ย!! นี่ไม่เกรงใจกรูบ้าง มรึงไม่เห็นหรือ มี
ผู้หญิงมาด้วย นี่เสี้ยมตั้งแต่พื้นฐานโหงวเฮ้งเลย) ...เอางี้ ผมว่า คุณคงเดาได้ว่า แล้วเขาจะพูดอย่างไรต่อ
ที่เล่าให้ฟัง เพราะอยากแชร์มุมมองว่า เราทุกคนต่างเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของตัวเองเท่านั้นแหละ ...เพราะ มนุษย์จริงๆ ไม่เคยฟังใคร ...ที่เราคิดว่าเราฟัง คือ เราเลือกฟัง ...ใช่!! เราทุกคนล้วนเลือกฟังสิ่งที่เราเห็นด้วยเท่านั้น อะไรที่เราไม่เห็นด้วย เราก็จะผ่านมันไป
หลังจากที่ผมตระเวนดูดวงตอนสมัยเรียน ทำให้ผมเองเริ่มศึกษาเรื่องการดูดวงไปพร้อมๆ กัน ตั้งแต่ การดูปีเกิด ลักษณะนิสัยของคนตามราศีที่เกิด การดูลายนิ้วมือ การเอาวันเดือนปีมาดูเส้นกราฟชีวิต ...ขนาดโหวงเฮ้งยังเอามารวมดูเลย ...บอกเลยว่า พบศึกษาเรื่องดวงเองก็เริ่มเข้าใจศาสตร์ตรงนี้มากขึ้น
หลังจากศึกษาศาสตร์ของเอเชีย ผมก็เริ่มสนใจศาสตร์ของฝรั่งบ้างว่า ในโลกตะวันตกที่เขาเชื่อในวิทยาศาสตร์เขาใช้อะไรดู ...ผมมาศึกษาเรื่อง ลักษณะนิสัยของคนแบ่งตาม ลักษณะนิสัย ซึ่งมันช่วยในการรับคนเข้าทำงานว่าเหมาะกับงานนั้นๆ หรือไม่
ฝรั่งจะเน้นเรื่องจริต พูดภาษาไทย คือ เขาพยายามหา “สันดาน” ของแต่ละคน ว่าเป็นอย่างไร จากนั้นก็เอา “จริต” นี่แหละ มาเทียบกับ “งาน” ที่คนคนนั้นควรจะทำ ...เอาจริงๆ นะ ผมว่าเรื่องของการดูดวงและการดูจริต มันมีศาสตร์ของสถิติและสภาพแวดล้อมเข้ามารวมอยู่ค่อนข้างเยอะทีเดียว
อย่างคนที่เกิดในเขตหนาว จะคิดมากกว่าคนที่เกิดในเขตร้อนอย่างบ้านเรา ...เพราะบ้านเมืองหนาว เขาทำงานได้จริงๆ แค่ 9 เดือน ส่วนช่วงหนาวต้องกินและใช้ จากเสบียงที่กักตุนมาในช่วงฤดูร้อน ทำให้คนในเขตหนาวต้องวางแผนการทำงานมากกว่า ...แล้ววิถี Work Hard Play Hard ที่เราว่ามันเท่ก็มาจาก ช่วงหนาวเขาไป Play Hard ก็เลยทำมากในช่วง Work Hard ...เฮ้ย!! แต่บ้านเรามันอุดมสมบูรณ์ตลอดปี ปลูกพืชได้ตลอด ทำงานได้ตลอด มันไม่เหมือนกัน
อีกเรื่องนึง คือ เรื่อง “ความรวย” คนที่ทำมาหากินแบบ ทำแล้ว กินเลย ไม่เก็บ คือ ลักษณะนิสัยของคนในเขตร้อน ที่ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ...ไม่ต้องเก็บ ทำมาใช้เลย อันนี้ก็ส่งตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่เราไม่ค่อยรวย เพราะเราไม่คิดวิธีเก็บ
ส่วนประเทศหนาว เขาต้องคิดว่า ทำแล้วจะเก็บอย่างไร ...ซึ่งเรื่องการเก็บนี้เองที่เป็นฐานของความมั่งคั่งของคนทั้งโลก ...ถ้าศึกษาให้ลึกจะพบว่า การที่คนเราร่ำรวย ก็เพราะคนเราสามารถเก็บสะสมเสบียงได้เหนือกว่าสัตว์ประเภทอื่นๆ
ลองดูสัตว์อื่นๆ แม้ว่าจะแข็งแรงและล่าสัตว์เก่งกว่ามนุษย์ แต่สัตว์อื่นๆ ไม่ได้มีโกดังเก็บอาหาร, โรงแช่แข็งเก็บ Stock, ตัดไม้มาเก็บไว้ทำรัง ...พูดง่ายๆ ว่า มนุษย์รู้จักการเก็บสะสม ทำให้เราเราเป็นสัตว์ที่รวยที่สุด ...ใช่!! ถ้าวันนึงสิงโตหรือเสือรู้จักการเก็บและสะสมอาหารแบบมนุษย์ ...มันอาจจะมาครองโลกแทนมนุษย์ก็เป็นได้
ที่เล่าเรื่องดวงและเรื่องการสะสมต่างๆ เพื่อจะชี้ให้เห็นว่า “คนเราน่ะ กำหนดดวง” ...ถ้าปีนี้ไม่ดี มันต้องมีปีที่ดี หลังจากนั้น “เตรียมโอ่งรับน้ำครั้งใหม่ซิ” ...หรือถ้าตอนนี้คุณดี ก็พยายามเก็บสิ่งดีๆ ไว้ปีที่ไม่ดีบ้าง ...คิดยาวขึ้น เชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น แล้วชีวิตจะดีขึ้นยาวๆ ...จัดไปครับ “คนเปลี่ยนดวง!!”







