
โออิชิไม่หวั่นเศรษฐกิจซบเท1,500ล้านเข็นปีนี้โต9%
วิสัยทัศน์ 2020 ตามนโยบายของกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ "โออิชิ" เป็นหนึ่งในเรือธงสำคัญในกลุ่มธุรกิจไม่มีแอลกอฮอล์ ที่จะผลักดันให้รายได้ในกลุ่มดังกล่าวเพิ่มเป็น 50%
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
วิสัยทัศน์ 2020 ตามนโยบายของกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ "โออิชิ" เป็นหนึ่งในเรือธงสำคัญในกลุ่มธุรกิจไม่มีแอลกอฮอล์ ที่จะผลักดันให้รายได้ในกลุ่มดังกล่าวเพิ่มเป็น 50% ท่ามกลางสภาพตลาดในปีนี้ มีปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ ประกอบกับสภาพตลาดเครื่องดื่มชาเชียว และธุรกิจร้านอาหารที่การเติบโตชะลอตัวลง
มารุต บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่ม โออิชิ เปิดเผยว่า ปีนี้วางเป้าหมายรายได้ของโออิชิ กรุ๊ป ในกลุ่มธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิและกลุ่มชาเขียวพร้อมดื่มสร้างรายได้รวมราว 1.4 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 9% ภายใต้ 5 กลยุทธ์หลัก คือ 1.สร้างการเติบโต โดยใช้นวัตกรรมสินค้า เน้นขยายอัตราผู้บริโภคในแนวดิ่ง 2.สร้างความหลากหลาย เดินหน้าสร้างโอกาสเติบโตในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา
กลยุทธ์ที่ 3 ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ 4.การกระจายสินค้าใช้ศักยภาพที่แข็งแกร่งของเครือข่าย และ 5.ความเป็นมืออาชีพของทีมงาน ในส่วนของการลงทุนบริษัทใช้งบราว 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนสั่งซื้อเครื่องจักรบรรจุเย็นปลอดเชื้อ 950 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังผลิตเพิ่ม 20% หรือ 15 ล้านขวด/เดือน รองรับกับการขยายตลาดต่างประเทศ ส่วนงบอีก 390 ล้านบาท สำหรับขยายสาขาร้านอาหารญี่ปุ่น 30 สาขา จากเดิมมี 241 สาขา
ในส่วนธุรกิจร้านอาหาร ปีที่ผ่านมาภาพรวมเชนร้านอาหารเติบโต 3% หรือจาก 1.08 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เมื่อเทียบกับร้านอาหารทั่วไปมูลค่า 2.75 แสนล้านบาท ถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่บริษัทสามารถเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่ง
ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การเติบโตเน้นพัฒนารอบด้าน มุ่งวิจัยและปรับภาพลักษณ์แบรนด์ สร้างคุณค่าทั้งสินค้าและบริการ เพื่อผลักดันให้โออิชิก้าวสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญอาหารญี่ปุ่นปี 2563 มีรายได้ 1 หมื่นล้านบาท เติบโตโดยเฉลี่ย 7-10% ล่าสุดได้รุกตลาดอาหารแช่แข็งพร้อมทานภายใต้แบรนด์เทรนดี้
"ปีนี้เราเดินแผนเพิ่มฐานลูกค้าด้วยนวัตกรรม เพิ่มอัตราการบริโภคด้วยการทำแคมเปญ หลังจากในปีที่ผ่านมารายได้ของกลุ่มอาหารติดลบ 0.5% หรือ 6,572 ล้านบาท จากเมื่อปี 2557 ราว 6,602 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ" ไพศาล กล่าว
จากการสำรวจพบว่า อัตราการดื่มชาเขียวของคนไทยมีเพียง 58% เท่านั้น ดังนั้นตลาดยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก หากแต่ว่าต้องขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพราะที่ผ่านมาฐานลูกค้าส่วนใหญ่อายุมากขึ้นถึง 30-40 ปีแล้ว โดยโออิชิปักธงบุกเซ็กเมนต์ชาผลไม้ เพราะเป็นตลาดที่มีอัตราเติบโตสูง 16%
เจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป กล่าวว่า แผนธุรกิจชาเขียวโออิชิใช้นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เป็นตัวขับเคลื่อนขยายฐานกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ใช้งบ 25% ของตลาด จากเดิมใช้ 15% ของยอดขาย เพื่อเชื่อมโยงกับลูกค้าวัยรุ่นด้วยออนไลน์
"แผนกลุ่มเครื่องดื่มตั้งเป้าโต 11% หรือมีรายได้เพิ่มเป็น 7,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายปี 2563 รายได้กลุ่มเครื่องดื่มโต 3 เท่าตัว จากการวางกลยุทธ์ที่ถูกทาง ทำให้ปีที่ผ่านมาโออิชิมีส่วนแบ่งเพิ่มจาก 37.5% เป็น 40.5%" เจษฎากร กล่าว
การชูนวัตกรรมควบคู่กับการสร้างแบรนด์ ผลักดันให้รายได้โออิชิ กรุ๊ปปีที่ผ่านมาโต 4% หรือเพิ่มเป็น 12,879 ล้านบาท ปีนี้จะเห็นว่าโออิชิเริ่มสยายปีกบุกตลาดต่างประเทศจริงจัง โดยใช้ฐานของเอฟแอนด์เอ็นที่มีอยู่ในมาเลเซีย สิงคโปร์ หรือกระทั่งการเข้าไปซื้อกิจการกลุ่มเจริญในเวียดนาม เอื้อให้กับธุรกิจในเครืออีกมากมายสำหรับเปิดตลาดอาเซียน







