
จุดตายของธุรกิจ
โดย...สุรชัย
โดย...สุรชัย
ใจหายครับกับกรณีสายการบินนกแอร์ซึ่งไม่มีวี่แววมาก่อนเลยว่าจะสะดุดรุนแรงมากมายถึงเพียงนี้ ชั่วเวลาเพียงข้ามคืนทำให้สายการบินดีๆ ที่ผมเองก็เป็นลูกค้าขาประจำแทบจะยืนไม่อยู่ ถึงวันนี้ผมยังมองไม่ออกว่าจะจบยังไง แต่ก็ขอเป็นหนึ่งกำลังใจและเอาใจช่วยให้สามารถคลี่คลายปัญหาจบสิ้นในเร็ววันนะครับ
กรณีของนกแอร์ แม้เป็นกิจการขนาดใหญ่ไม่ใช่เป็นเอสเอ็มอี แต่ผมคิดว่ากรณีนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ผู้ประกอบการรายเล็กควรต้องนำมาถอดรหัสและปรับใช้กับตัวเองเพราะนี่คือเหตุการณ์ที่พิสูจน์ชัดว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดและเป็นจุดตายของธุรกิจ ซึ่งแม้แต่กิจการขนาดใหญ่ยังหนีไม่พ้นคือเรื่องของคน
คนเพียงไม่กี่คน อาจมีอิทธิพลต่อความอยู่รอดขององค์กร การบริหารจัดการคนนั้นถือเป็นเรื่องที่ยากสุด เข้มไปก็ไม่ดี หย่อนไปก็ไม่ได้ ยิ่งมีเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกเข้ามาปน คนก็จะไม่มีวันหยุดนิ่งลงตัว ต้องคนทุกวัน ต้องคนไปเรื่อยๆ คนจนกว่าจะเข้าที่ และต้องหมั่นดูแลใกล้ชิด
โดยเฉพาะคนที่มีความรู้มากๆ มีความเก่งกาจในตัว มีวิชาชีพเฉพาะทาง มีความสามารถสูงๆ เวลาเกิดปัญหาจะยิ่งแก้ไขยากกว่าพนักงานทั่วไป
ธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งหลายซึ่งต้องพึ่งหรืออาศัยคนอื่นเป็นตัวหลักในกิจการ พึงมองเคสของนกแอร์ให้ชัดๆ และลองสมมติเล่นๆ ว่าถ้าพรุ่งนี้ท่านตื่นขึ้นมาแล้วเจอปัญหาในลักษณะนี้ ท่านจะทำอย่างไร ท่านเคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองบ้างหรือไม่ ถ้าเกิดแล้วท่านจะมีแผนสำรองรับมือทันท่วงทีไม่ให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักหรือเกิดความเสียหายกับลูกค้าของท่านอย่างไร
ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านเสริมสวย สปา โรงแรม หรือโรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนสอนภาษา โรงพยาบาล คลินิก ร้านเพ็ตช็อป ธุรกิจขนส่ง และอื่นๆ อีกหลายประเภท หากพรุ่งนี้กุ๊กใหญ่หรือช่างมือหนึ่งหรือตัวหลักในการให้บริการของกิจการ เกิดไม่พอใจ เกิดไม่มา ลาออก หยุดประท้วง หรือหายตัวไปกะทันหัน ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร
นี่คือความเสี่ยงของธุรกิจ และเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นให้เห็นบ่อยๆ โอกาสที่จะเกิดกับกิจการเอสเอ็มอีมีสูงกว่ามาก เกิดแล้วแทบจะต้องปิดกิจการกันเลยทีเดียว ดังนั้นจึงอยากฝากเตือนผู้ประกอบการทั้งหลายว่า อ่านข่าวแล้วอย่าอ่านข้าม ขอให้ฉุกคิดและเตรียมแผนสำรองของตัวเองไว้ด้วย
คำแนะนำจากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมาก รายเล็กต้องคิดกลับข้าง ต้องพลิกจุดอ่อนมาเป็นจุดแข็ง กิจการขนาดเล็กไม่มีปัญญาว่าจ้างคนเก่งมาก แพงมาก เรียนสูงมากมาช่วยงานได้ ต้องฝึกต้องปั้นต้องอยู่กันยาวนาน จงใช้ความใกล้ชิด ความเป็นพี่น้อง อยู่แบบเครือญาติ อยู่แบบใจถึงใจ ใจแลกใจ ไม่ใช่อยู่แบบศักดินาแยกบ่าวแยกนาย ต้องคิดว่าลูกน้องเราเป็นทั้งลูกและเป็นทั้งน้อง ใช้ความใกล้ชิดเป็นยาวิเศษมาหล่อหล่อมหัวใจ ดูแลทุกข์สุขกัน
รีบกลับไปดูแลสิ่งที่มีค่ามากที่สุดของกิจการให้ดีนะครับ







