
อุตฯโฆษณาเปลี่ยน
แนะเอเยนซีเร่งปรับตัวรับพฤติกรรมผู้ผลิตสินค้า-ผู้บริโภค เปลี่ยนตามเทคโนโลยี ชี้ต้องวัดผลได้-ลงลึกละเอียด
แนะเอเยนซีเร่งปรับตัวรับพฤติกรรมผู้ผลิตสินค้า-ผู้บริโภค เปลี่ยนตามเทคโนโลยี ชี้ต้องวัดผลได้-ลงลึกละเอียด
น.ส.อ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมโฆษณาในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจ โดยคาดว่าอัตราการเติบโตจะสอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศ ขณะที่การซื้อสื่อโฆษณาของช่องฟรีทีวีเดิมได้ปรับตัวลดลง เนื่องจากลูกค้าหันไปซื้อสื่อโฆษณาในทีวีดิจิทัลใหม่มากขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันการใช้งบผ่านสื่อทีวีดิจิทัลช่องใหม่มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 16%
นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี ส่งผลให้พฤติกรรมการทำภาพยนตร์โฆษณาของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากเดิมอาจจะผลิตภาพยนตร์เพื่อการโฆษณาทางทีวีเป็นหลัก แต่ปัจจุบันลูกค้าหันมาผลิตภาพยนตร์โฆษณาออกอากาศในช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพราะเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการทำภาพยนตร์โฆษณาในทีวี
“แม้ว่าพฤติกรรมของลูกค้าจะเปลี่ยนไปหันมาใช้เงินผลิตหนังโฆษณาเพื่อออกอากาศบนออนไลน์มากขึ้น แต่การทำหนังโฆษณาบนทีวีก็ยังมีอยู่ เพราะเป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งนอกจากพฤติกรรมการทำหนังโฆษณาของลูกค้าจะเปลี่ยนไปแล้ว การซื้อสื่อโฆษณาของลูกค้าในวันนี้ก็เปลี่ยนไป คือ จะมองไปที่การวัดผลความสำเร็จของงาน หรือเคพีไอมากขึ้น โดยเฉพาะวิธีการในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจ หรือปัญหาที่เกิดขึ้นกับภาพลักษณ์สินค้า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เอเยนซีต้องตอบโจทย์ให้กับลูกค้าให้ได้” น.ส.อ่อนอุษา กล่าว
นายเมธี จารุมณีโรจน์ ประธานกรรมการบริหารขายและการตลาด บริษัท เซ็ปเป้ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นลูกค้า สิ่งที่ต้องการมากที่สุดในตอนนี้ คือ การทำงานเชิงลึกมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป จึงทำให้บริษัทต้องปรับตัวตาม ซึ่งในอดีตการทำการตลาดอาจมองไปที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคอนซูเมอร์ (ผู้บริโภค) เพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันต้องมองไปที่ตัวช็อปเปอร์ (ผู้ซื้อ) ด้วย เพราะผู้บริโภคอาจไม่ได้ซื้อสินค้า ขณะที่ตัวผู้ซื้อเองซื้อสินค้าแต่อาจไม่ได้ใช้
“การทำการตลาดในยุคปัจจุบันไม่ได้ยากขึ้น แต่ต้องทำงานที่มีความละเอียดมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ตามเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไป และถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทต่อการทำการตลาดในยุคปัจจุบัน แต่ก็อย่าหวังว่าจะใช้เทคโนโลยีช่วยให้ธุรกิจเฟื่องฟู เนื่องจากปัจจุบันคนไทยยังอยู่ในเทรนด์ของการเป็นฟอลโลเวอร์ ไม่ใช่เทรนด์
เซตเตอร์” นายเมธี กล่าว
สำหรับในอดีตมุมมองของลูกค้าส่วนใหญ่อยากใช้เอเยนซีรายใหญ่ แต่ปัจจุบันความใหญ่ของเอเยนซีเป็นเหมือนดาบสองคม เพราะปรับตัวในการทำงานยากเมื่อเทียบกับเอเยนซีขนาดเล็กที่จะมีความยืดหยุ่นในการทำงานได้มากกว่า ซึ่งจากความต้องการของลูกค้าที่หันมาใช้เอเยนซีรายเล็กมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันมีเอเยนซีขนาดเล็กเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการทำงานวัดที่ความสำเร็จของธุรกิจเป็นหลัก
ด้าน นายสหรัฐ สวัสดิ์อธิคม กรรมการผู้จัดการ ครีเอทีฟ และพาร์ตเนอร์ บริษัท ซีเจเวิร์ค กล่าวว่า สิ่งที่วงการครีเอทีฟของไทยขาดตอนนี้คือ เงิน และการวิจัยและพัฒนา จึงทำให้วงการครีเอทีฟไทยพัฒนาไปอย่างช้าๆ เพราะในฝั่งของผู้บริโภคเองก็อยู่ระหว่างการพัฒนาเช่นกัน
สำหรับกรณีของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวรายการเรื่องเล่าเช้านี้ทางช่อง 3 ได้ถูกศาลอาญาตัดสินจำคุกพร้อมพวกนั้น น.ส.อ่อนอุษา ให้ความเห็นว่า รายการต่างๆ ที่นายสรยุทธจัดให้กับช่อง 3 ในด้านของการซื้อสื่อโฆษณา ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบคำถามเรื่องนี้ได้ เนื่องจากการซื้อสื่อโฆษณาขึ้นอยู่กับลูกค้าเป็นคนตัดสิน ซึ่งลูกค้าจะใช้เรตติ้งเป็นตัววัดว่าจะซื้อสื่อโฆษณารายการใด







