
ลดหย่อนและยกเว้นภาษีเงินได้ (2)
จากสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับการลดหย่อนและยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
โดย...สมชาย ชูเกตุ
จากสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับการลดหย่อนและยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ลดหย่อนและยกเว้นภาษีเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ผู้มีเงินได้ฯ หักลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท เงินสะสมฯ ที่จ่ายเกินกว่า 10,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษีเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 490,000 บาท เบ็ดเสร็จลดหย่อนและยกเว้นภาษีรวมกันได้ 500,000 บาท การใช้สิทธิฯ ต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินเดือนค่าจ้าง
ลดหย่อนและยกเว้นภาษีค่าเบี้ยประกันชีวิต ผู้มีเงินได้ฯ หักลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ค่าเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายเกินกว่า 10,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษีเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 90,000 บาท เบ็ดเสร็จลดหย่อนและยกเว้นภาษีได้ 100,000 บาท ผู้มีเงินได้ฯ มีสิทธินำค่าเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ฯ มาหักลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท เท่านั้น กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีกำหนดเวลา 10 ปีขึ้นไป และผู้รับประกันภัยประกอบกิจการในราชอาณาจักร กรณีประกันชีวิตแบบบำนาญที่จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอีก ในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
ลดหย่อนและยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย ผู้มีเงินได้ฯ หักลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 10,000 บาท ดอกเบี้ยฯ ที่จ่ายเกินกว่า 10,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษีเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 90,000 บาท เบ็ดเสร็จลดหย่อนและยกเว้นภาษีรวมกันได้ 100,000 บาท ต้องเป็นดอกเบี้ยที่จ่ายให้แก่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์หรือนายจ้างสำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย กรณีคู่สมรสต่างฝ่ายต่างมีเงินได้พึงประเมินและมีชื่อกู้ยืมฯ ทั้งคู่ ให้แต่ละฝ่ายหักได้คนละครึ่ง ไม่เกินคนละ 50,000 บาท แต่ถ้าคู่สมรสกู้ยืมฯ ฝ่ายเดียวให้ฝ่ายที่กู้ยืมหักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
ลดหย่อนเงินบริจาค ผู้มีเงินได้ฯ หักลดหย่อนได้เท่าที่บริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้สุทธิ ทั้งนี้ ต้องเป็นเงินที่บริจาคแก่สถานพยาบาลและสถานศึกษาของทางราชการ หรือเงินที่บริจาคเป็นสาธารณประโยชน์แก่องค์การหรือสถานสาธารณกุศล หรือแก่สถานพยาบาลและสถานศึกษาอื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนด
ยกเว้นภาษีค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคาร อาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ผู้มีเงินได้ฯ ได้รับยกเว้นภาษีเท่าจำนวนเงินที่จ่ายเป็นค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์จริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ (มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน 5 ล้านบาท) โดยต้องจ่ายเงินค่าซื้อไปในระหว่าง 21 ก.ย. 2554 ถึง 31 ธ.ค. 2555 และมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นให้แล้วเสร็จภายในช่วงเวลาดังกล่าว ต้องใช้สิทธิเป็นเวลา 5 ปีภาษีต่อเนื่องกัน โดยให้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนเท่าๆ กันในแต่ละปี (ปีละไม่เกิน 1 แสนบาท) โดยนำไปหักออกจากภาษีที่คำนวณจากเงินได้สุทธิ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 213)
ยกเว้นภาษีค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคาร อาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด ผู้มีเงินได้ฯ ได้รับยกเว้นภาษีเท่าจำนวนเงินที่จ่ายเป็นค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์จริง แต่ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ (มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน 3 ล้านบาท) โดยต้องจ่ายเงินค่าซื้อไปในระหว่าง 13 ต.ค. 2558 ถึง 31 ธ.ค. 2559 และมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นให้แล้วเสร็จภายในช่วงเวลาดังกล่าว ต้องใช้สิทธิเป็นเวลา 5 ปีภาษีต่อเนื่องกัน โดยให้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนเท่าๆ กันในแต่ละปี (ปีละไม่เกิน 1.2 แสนบาท) โดยนำไปหักในช่องรายการยกเว้นภาษี (กฎกระทรวง ฉบับที่ 313)
สัปดาห์หน้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับรายการยกเว้นภาษีอีกครั้ง สวัสดีครับ







