
อภิเชฐ ปุสรี แห่ง DCORP เน้นทำงานเป็นทีม-โปร่งใส
อภิเชฐ ปุสรี กรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีมีเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (DCORP) วัย 28 ปี DCORP หรือชื่อเดิมบริษัท เอเซีย จอยท์ พาโนราม่า (AJP) ภายหลังเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหม่ ผู้นำคนนี้มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะทำให้บริษัทพลิกกลับมาฟื้นตัวให้ได้ในปี 2559
อภิเชฐ ปุสรี กรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีมีเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (DCORP) วัย 28 ปี DCORP หรือชื่อเดิมบริษัท เอเซีย จอยท์ พาโนราม่า (AJP) ภายหลังเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหม่ ผู้นำคนนี้มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะทำให้บริษัทพลิกกลับมาฟื้นตัวให้ได้ในปี 2559
เขาจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นทำงานด้วยการทำคอนโดมิเนียมโครงการแรกเมื่อปี 2551 ที่ถนนสุขุมวิท เป็นโครงการคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น มูลค่า 200 ล้านบาท และถือว่าสำเร็จเพราะภายใน 2 ปีครึ่ง เขาสามารถขายและปิดโครงการได้ทั้งหมด คืนเงินกู้ธนาคารและมีกำไรในรูปแบบของการที่ทั้งครอบครัวมีพื้นที่ชั้นบนสุดเป็นที่อยู่อาศัย ขณะนั้นซื้อที่ดินมาในราคาไม่สูง ย่านพร้อมพงษ์ราคาที่ตารางเมตรละ 8-9 หมื่นบาท เขาทำคอนโดขายตารางเมตรละกว่า 6 หมื่นบาทจึงน่าสนใจ
จากนั้นไปร่วมทำงานเป็นที่ปรึกษาการลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ดีบีเอส วิคเคอร์ส ทำอยู่กว่า 4 ปี โดยเงินที่ผ่านการบริหารครั้งสุดท้ายอยู่ที่ 3,000-4,000 ล้านบาท และระหว่างที่ทำงานก็ได้เรียนต่อปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ด้านธุรกิจที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“การที่ผมเรียนด้านเศรษฐศาสตร์และทำงานของตัวเองและด้านการเงินที่ดีบีเอส วิคเคอร์ส มีส่วนมากในการทำงานและบริหารงานซึ่งผมมีความตั้งใจและมุ่งมั่นแต่แรกแล้วที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจและบริหารธุรกิจ ซึ่งในช่วงที่ผมทำงานด้านการเงินในเวลาที่ผมหาลูกค้าผมต้องพูดและคุยกับลูกค้า ไม่ใช่เพียงแค่เป็นพนักงานแต่ต้องทำเหมือนเป็นซีอีโอเลย ถ้าลูกค้าไม่มั่นใจไม่เชื่อมั่นก็ไม่กล้านำเงินมาให้เราบริหาร” อภิเชฐ กล่าว
การตัดสินใจเข้ามาใน DCORP ทีมเขาและผู้ถือหุ้นใหญ่มุ่งมั่นที่จะทำให้ธุรกิจของบริษัทพลิกฟื้นกลับมาให้มีกำไรให้ได้และมีแผนในการทำธุรกิจที่ชัดเจน โดยจะมุ่งในเรื่องของพลังงานทดแทนและจะเป็นธุรกิจในแบบที่ทำตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำหรือจะทำพลังงานที่ครบวงจร เพราะเห็นแล้วว่าการทำแบบเดิมนั้นโอกาสและผลตอบแทนที่ได้รับคับแคบลง แต่ธุรกิจพลังงานทางเลือกคือแนวโน้มของธุรกิจที่จะเติบโตและมีอนาคตและจะไม่เฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่จะขยายออกไปต่างประเทศด้วย
ปัจจุบันบริษัทมีพนักงาน 30 คน เป็นคนหนุ่มสาวโดยในการทำงานจะเน้นทำงานเป็นทีม มีความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ทันที เพราะเชื่อว่าทุกคนทำเพื่อเป้าหมายสุดท้ายคือความสำเร็จขององค์กรที่จะต้องเดินไปข้างหน้า สร้างกำไรและผลตอบแทนที่ีดีให้กับผู้ถือหุ้น และมุ่งมั่นซึ่งทางกลุ่มยืนยันที่จะทำจริงทำทุกอย่างโปร่งใส
“ยอมรับว่าการที่เข้ามาในบริษัทที่เดิมถูกมองว่าเก็งกำไรเป็นที่จับตาและถูกซักอย่างละเอียดจากหน่วยงานกำกับ แต่ทางทีมและกลุ่มก็พร้อมทำทุกอย่างให้โปร่งใส ยืนยันและตั้งใจจริงที่จะทำจะทำอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับกฎกติกา ก็จะมีการหารือกับหน่วยงานกำกับก่อน และหวังว่าอนาคตบริษัทจะหลุดออกมาจากการถูกจับตามองได้เพราะเรายืนยันและตั้งใจจริงที่จะทำธุรกิจ” อภิเชฐ กล่าว







