
ส่งออกอัญมณีรุ่ง
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีฯ คาดส่งออกปี 2559 โต 5% ตลาดหลักยุโรป สหรัฐ ญี่ปุ่นฟื้น
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีฯ คาดส่งออกปี 2559 โต 5% ตลาดหลักยุโรป สหรัฐ ญี่ปุ่นฟื้น
นายจุมพล เด่นเมฆา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในปี 2559 มีแนวโน้มจะขยายตัว 5% จากปี 2558 เพราะได้รับผลดีจากตลาดในประเทศสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน และเป็นตลาดหลักในการส่งออกของประเทศไทย โดยเฉพาะสหรัฐที่หันมาสั่งซื้อสินค้าเครื่องประดับทองมากขึ้น จากเดิมเน้นสินค้าเครื่องประดับเงินเป็นหลัก
ด้านตลาดในยุโรปได้รับผลดีจากตลาดในประเทศเยอรมนี ที่เป็นดาวเด่นของการส่งออกไปในภูมิภาคนี้ ส่วนประเทศญี่ปุ่นมีโอกาสสำหรับกลุ่มสินค้าเฉพาะกลุ่ม (นิชมาร์เก็ต) คือ สินค้าสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง และมีสัดส่วนถึง 32% ของประชากรในประเทศญี่ปุ่น ขณะเดียวกันแนวโน้มความต้องการสินค้าของผู้บริโภคในตลาดโลก จะสนใจเครื่องประดับทองมากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทย ปรับมาพัฒนาและขยายกลุ่มสินค้าเครื่องประดับทอง
นายจุมพล กล่าวว่า ตลาดที่มีความน่าสนใจสูงอีกตลาดคือ อาเซียน โดยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา การส่งออกไปในตลาดอาเซียนขยายตัวสูงทุกปี รวมทั้งสนใจสินค้าทองสูงเช่นกัน และที่ผ่านมาจะมีการซื้อสินค้าทองคำแท่งในระดับสูงเช่นเดียวกัน
สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดของผู้ประกอบการในปี 2559 ผู้ประกอบการควรจะมุ่งรักษาตลาดเดิมที่มีความสำคัญทั้งตลาดยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่น ส่วนตลาดรัสเซียที่มีแนวโน้มเศรษฐกิจหดตัวลงอย่างมาก ผู้ประกอบการไทยควรมีความยืดหยุ่นในการทำตลาด และไม่ควรทิ้งตลาดดังกล่าว ถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญ ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจกลับมาขยายตัวดีจะเติบโตสูง รวมถึงการรุกตลาดอาเซียนและยุโรปตะวันออกให้มากขึ้น พร้อมกับขยายตลาดอี-คอมเมิร์ซ
ทั้งนี้ ภาพรวมการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (รวมทองคำ) ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2558 เพิ่มขึ้น 17.08% มาอยู่ที่ 3.51 แสนล้านบาท ถือเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญในอันดับ 3 และคิดเป็นสัดส่วน 5.31% ของสินค้าส่งออกโดยรวมของประเทศ
นายจุมพล กล่าวว่า การที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) สำหรับการนำเข้ามาเพื่อขายหรือการขายเพชร พลอย เฉพาะที่ยังไม่ได้เจียระไน ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมอัญมณีของไทย
ที่จะมีวัตถุดิบพลอยเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมาก มีผลให้ประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางจัดประมูลพลอยในโลกแข่งขันกับประเทศสิงคโปร์ได้ และทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางอัญมณีของโลก รวมถึงเป็นมาตรการที่ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการอัญมณีที่ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี คิดเป็นสัดส่วนถึง 90%
ขณะที่กระทรวงการคลังประเมินว่า การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าอัญมณี จะช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการและเพิ่มยอดส่งออกได้ 3,600 ล้านบาท







