
เร่งปลุกกำลังซื้อบ้าน ก่อนจบมาตรการกระตุ้น
ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากเกี่ยวพันกับหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ที่ดิน วัสดุก่อสร้าง และภาคแรงงาน อีกทั้งความต้องการที่อยู่อาศัยนั้นยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิตนั่นเอง
แม้ว่าที่ผ่านมาสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะซบเซา ส่งผลกระทบได้ชัดกับกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดระดับกลาง-ล่าง ขณะที่ตลาดระดับกลางขึ้นบนนั้นได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย จึงทำให้แนวทางการพัฒนาโครงการของผู้ประกอบการนั้นให้ความสำคัญกับตลาดระดับบนมากขึ้น เนื่องจากมีปัญหาค่อนข้างน้อยกับการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน แต่จากการที่ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ออกมาตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. 2558 ก่อนที่จะหมดลงในวันที่ 28 เม.ย. 2559 เป็นอีกแรงผลักดันหนึ่งที่ทำให้การซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะโครงการประเภทพร้อมอยู่สามารถทำได้ง่ายขึ้น
วีระกิตติ์ เอกอัครวิจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีระเกียรติ พัฒนาที่ดิน ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 34 ได้ฉายภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเวลานี้ว่า ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญของผู้ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย เนื่องจากหากพิจารณาตัวเลขสต๊อกที่อยู่อาศัยประเภทพร้อมอยู่ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2558 จากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พบว่าที่อยู่อาศัยทุกประเภทพร้อมอยู่ทั่วประเทศมีอยู่ถึง 1.35 แสนหน่วย และหากเป็นตัวเลขจากบริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จะพบว่าตัวเลขสต๊อกที่อยู่อาศัยมีสูงถึง 1.7 แสนหน่วย เลยทีเดียว
ทั้งนี้ 3 สมาคมในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร จึงได้เตรียมจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 34 ขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 มี.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “โค้งสุดท้าย ลดเกินรัฐลุ้นรับล้าน” เพื่อให้สอดรับกับมาตรการรัฐที่ประกาศใช้อยู่ในเวลานี้ โดยมีผู้ประกอบการที่มาร่วมงานกว่า 200 ราย และมีจำนวนโครงการเข้าร่วมมากกว่า 1,000 โครงการ จำนวน 600 บูธ
สำหรับโปรโมชั่นใหญ่ที่ทางสมาคมร่วมกันจัดงานครั้งนี้ คือ ผู้โชคดีที่ซื้อที่อยู่อาศัยภายในงานจะได้ส่วนลดเงินสดในการซื้อบ้าน 1 ล้านบาท รางวัลที่ 2 ส่วนลดเงินสด 1 แสนบาท รางวัลที่ 3 เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าจากพานาโซนิค รวมมูลค่าของรางวัลทั้งหมด 1.3 ล้านบาท นอกจากนี้ ภายในงานนี้ยังมีสินทรัพย์จากสถาบันการเงิน โครงการประเภทบ้านมือสองมาเสนอขาย และสามารถตรวจสอบเครดิตบูโรของผู้กู้ให้ฟรี โดยใช้งบโฆษณาและประชาสัมพันธ์งานอยู่ที่ 10 ล้านบาท จากงบประมาณการจัดงานรวมอยู่ที่ 20 ล้านบาท
สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 34 นี้ มีผู้ประกอบการนำโครงการคอนโดมาขายประมาณ 60% อีก 40% จะเป็นโครงการแนวราบ และส่วนใหญ่กลุ่มลูกค้าที่มาเดินภายในงานจะมีการทำการบ้านมา
ก่อน โดยได้มีการเลือกพิจารณาโครงการมาก่อนแล้ว จากนั้นจึงมาพิจารณาเลือกหาโปรโมชั่นภายในงานเพิ่มเติม ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่ซื้อภายในงานจะมีอายุ 20 ตอนปลาย ถึง 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นฐานผู้ซื้อกลุ่มใหญ่
ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป เนื่องจากการสื่อสารในระบบ 4จี จึงมีแนวคิดว่าจะพัฒนาเว็บไซต์ www.housecondoshow.com ให้สามารถสื่อสารกับผู้ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่มีแค่การประชาสัมพันธ์งานมหกรรมแล้วจบไป โดยจะมีการให้ข้อมูลโครงการต่างๆ ผ่านการรีวิวทั้งจากฝั่งผู้ประกอบการและฝั่งผู้บริโภค เพื่อเป็นข้อมูลแลกเปลี่ยนในการตัดสินใจซื้อในระยะยาว
“มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ ที่รัฐบาลประกาศใช้นั้น ได้แก่ การลดค่าธรรมเนียมการโอน การลดค่าจดจำนอง และผู้ซื้อสามารถนำเงินจากการซื้อบ้านมาลดหย่อนภาษีได้ 20% ของมูลค่าบ้านที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 5 ปีนั้น ทำให้ราคาบ้านลดลงไป 2.97% ซึ่งหากซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท ก็จะประหยัดเงินเทียบกับช่วงที่ไม่มีมาตรการไปประมาณ9 หมื่นบาท ซึ่งเชื่อว่าระดับราคาบ้านที่ขายได้ดีในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 34 นี้ จะอยู่ที่ระดับราคา 3-5 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมียอดขายในช่วงการจัดงาน 4 วัน อยู่ที่ 3,000 ล้านบาท และมียอดขายต่อเนื่องตามมาก่อนหมดมาตรการจากภาครัฐอีกกว่า 7,000 ล้านบาท รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท” วีระกิตติ์ กล่าว
เชื่อว่าผู้ประกอบการที่มาร่วมงานแต่ละรายจะแข่งขันโปรโมชั่น ทั้งการลด แลก แจก แถม เพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นสุดมาตรการของรัฐอย่างแน่นอน ตลาดบ้านนับตั้งแต่นี้ไปถึงสิ้นเดือน เม.ย. ร้อนระอุทะลุจุดเดือดแน่นอน







