
SCCแย้มกำไรไปได้สวย
SCC ส่งสัญญาณกำไรสวยงาม ธุรกิจปิโตรเคมีได้น้ำมันขาลงหนุนสเปรด เดือน เม.ย.จ่อออกหุ้นกู้ 2.5 หมื่นล้าน
SCC ส่งสัญญาณกำไรสวยงาม ธุรกิจปิโตรเคมีได้น้ำมันขาลงหนุนสเปรด เดือน เม.ย.จ่อออกหุ้นกู้ 2.5 หมื่นล้าน
นายเชาวลิต เอกบุตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่การเงินและการลงทุน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เปิดเผยว่า ในปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิจากธุรกิจปิโตรเคมีสัดส่วนประมาณ 60% ส่วนในปี 2559 แนวโน้มส่วนต่างราคาปิโตรเคมี (สเปรด) มีโอกาสจะดีต่อเนื่องคล้ายกับปีก่อน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตคือแนฟทามีราคาลดลงตามทิศทางราคาน้ำมัน ขณะที่วิธีการขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี มีลูกค้าบางรายสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า 1-3 เดือน บริษัทจะซื้อวัตถุดิบล็อกต้นทุนล่วงหน้าให้จับคู่กันด้วย ทั้งนี้ในปี 2558 มีกำไรสุทธิ 45,399 ล้านบาท โต 35%
สำหรับแผนการเติบโตของบริษัทจะใช้ทั้งวิธีการเข้าซื้อกิจการ การตัดขายบางธุรกิจออกไป ก่อนหน้านี้ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ได้ขายหุ้นทั้งหมดในบริษัท ไทยบริติช ซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง (TBSP) เพราะเอสซีจี แพคเกจจิ้ง ได้ยกระดับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่สามารถเติบโตได้ดี จึงต้องการตัดขายพริ้นติ้งซึ่งไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไป เพราะหากพริ้นติ้งยังอยู่ในกลุ่มต่อไปเชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้ยาก และเห็นว่ามีผู้ซื้อสามารถนำไปพัฒนาให้โตต่อไปได้
“ปีนี้คงบอกไม่ได้ว่าจะตัดขายธุรกิจอะไรบ้าง เรามีการทบทวนตลอดเวลาเรื่องการซื้อธุรกิจหรือขายออก ส่วนรายได้คาดว่าจะเติบโต 5-10% ทั้งธุรกิจปิโตรเคมีและปูนซีเมนต์ แม้การขายปูนในประเทศจะทรงตัวก็ตาม”
นายเชาวลิต กล่าวถึงการระดมเงินทุนว่า ส่วนใหญ่บริษัทออกหุ้นกู้ระยะยาว ในช่วงเดือน เม.ย.นี้ มีแผนจะออกหุ้นกู้วงเงินประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิมที่จะทยอยครบกำหนดอายุ ปัจจุบันพอร์ตหุ้นกู้ที่ออกไปทั้งสิ้นรวมประมาณ 1.6 แสนล้านบาท ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยในปีนี้คาดว่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2558 แม้เริ่มเห็นธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยก็ตาม เรื่องดอกเบี้ยไม่มีผลต่อบริษัท เพราะส่วนใหญ่จะออกหุ้นกู้ขายในประเทศ
ปัจจุบันบริษัทมีเงินสดภายในประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เพียงพอรองรับการลงทุนทั้งการเข้าซื้อกิจการหากมีโอกาสเข้ามา รวมถึงการใช้ขยายการลงทุนปกติ และเงินทุนที่ใช้ขยายธุรกิจส่วนหนึ่งจะมาจากกำไรจากการดำเนินงานและการออกหุ้นกู้ ทั้งนี้การออกหุ้นกู้ในขณะนี้ ผู้ลงทุนจะพิจารณาเลือกลงทุนเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุนประเภทอื่นๆ เช่น พันธบัตร เงินฝากธนาคารพาณิชย์ ว่าจะมีความเหมาะสมลงทุนหรือไม่
ด้านบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว SCC ที่ “A(tha)” ระยะสั้นที่ “F1(tha)” และหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิ ที่ “A(tha)” แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ เนื่องจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานส่งผลให้ฐานะทางการเงินของ SCC แข็งแกร่งขึ้นในปี 2558 การเพิ่มขึ้นของสเปรดในธุรกิจเคมีภัณฑ์ส่งผลให้อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้ (อีบิตดามาร์จิ้น) และอัตราส่วนหนี้สินดีขึ้นอย่างมากในปี 2558 ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนดังกล่าวจะยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2559-2560







